วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จีดราก้อนจาก นิตยสาร VOGUE ฉบับครบรอบ 17ปี เดือน สิงหาคม 2013



"เมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว ฉันเอาแต่ฟังเพลง monster ของบิกแบงตลอดเวลาในตอนที่ถ่ายแบบกับ Mario Testino เพื่อลงในโว้กUK เค้าบอกกับฉันว่าเค้าก็เป็นแฟนเพลงของบิกแบงเหมือนกัน ฉันเลยมอบซีดีอัลบั้มบิกแบงให้กับเค้าเป็นของขวัญ "

10 โมงเช้าหลังจากโชว์ของเธอที่ปารีส Kimsunghee ตรงดิ่งมาที่สตูดิโอจากสนามบิน ทั้งหมดนี้เพื่องานถ่ายภาพกับจีดราก้อนโดยเฉพาะ Soojoo ก็เดินทางมาด้วยเที่ยวบินเดียวกับเธอ ส่วน Parkjihye น่าจะกำลังบินอยู่เหนือที่ใดที่หนึ่งในตอนนี้ นางแบบสาวสวย 3 คนนี้ที่ครองรันเวย์มาแล้วทั่วโลกกำลังจิบไวน์ด้วยกันที่ปารีสและต่างกำลังพูดกันอย่างตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายแบบในครั้งนี้ 

" พวกเราสัญญากันไว้ว่าแล้วค่ะว่าเราจะทักทายจียงด้วยการเต้นท่า Fantastic baby แต่บางที่พวกเราอาจจะทำไม่สำเร็จแน่ๆเพราะเราขี้อายเกินไป"

เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นเมื่อ 2 เดือนก่อน เมื่อกองบรรณาธิการนิตยสารโว้กของเราตัดสินใจที่จะหาธีมเพื่อเล่มฉลองครบรอบ 17 ปีของโว้ก และคนแรกที่โผล่เข้ามาในใจของพวกเราก็คือ จีดราก้อน 
วงบิกแบงที่ขึ้นเวทีตะโกนร้องเพลง "คำโกหก (Lies)" ในปี 2008 ยังคงเป็นวงที่ใหม่มาก สิ่งที่เป็นตัวแทนสื่อถึงบิกแบงไม่ใช่การเต้นที่เป็นระเบียบสมบูรณ์แบบหรือเครื่องแบบใดๆแต่กลับเป็นสไตล์เพลงของพวกเราพร้อมทัศนคติเปี่ยมอิสระ ท่ามกลางสไตล์นั้นมีจีดราก้อนที่คอยดูแลในเรื่องของการผลิตเพลง และเหมือนกับเนื้อเพลง "One of A Kind" ของเค้า สิ่งที่เค้าทำกลายเป็นกระแสและทุกคนต่างก็คลั่งไคล้ไปกับมัน จีดราก้อนเป็นเหมือนไอค่อนทางวัฒนธรรมที่สามารถเป็นตัวแทนให้กับครึ่งปีแรกของศตวรรษ 21 นี้ได้ และแทนที่เค้าจะเป็นไอค่อนที่มีความลับมาก และทำตัวลึกลับ เค้ากลับเป็นดาราใหญ่ที่เป็นมิตรพร้อมทั้งเปิดเผยตัวตนผ่าน สื่อโซเซียลเนทเวิคซ์ (SNS)  อย่างต่อเนื่อง เค้ายังเป็นนักดนตรีที่สามารถมามีส่วนในโลกของแฟชั่นได้ อย่าง DavidBowie หรือBeatles อีกด้วย



"สวัสดีครับ" จีดราก้อนเดินเข้ามาพร้อมสวมแว่นสีแดง ถือกระเป๋าแอร์เมส HACสีแดงที่มีขนาดใหญ่พอๆกับตัวเค้าแล้ว นักดนตรีคนนี้ที่เคยพูดว่าเค้าจะยังคงสวมเสื้อผ้าสีแดงไปจนกระทั่งเค้าเป็นคุณปู่แก่ๆ สิ่งแรกที่เค้าทำเมื่อมาถึง คือ เปลี่ยนเพลงโดยนำเอา Iphone ของตัวเองต่อเข้ากับลำโพงที่สตูดิโอ ห้องที่เคยเงียบงันและน่าเบื่อ ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลงอิเล็คโทรนิคและท่อนแร๊พที่ลื่นไหลจาก Kanye west ก็เริ่มทำจังหวะไปทั่วห้อง 

"ผมชอบเคลื่อนไหวร่างกายไปกับเสียงเพลงที่ผมชอบในตอนทำการถ่ายภาพครับ ดังนั้นไม่ว่าผมจะไปที่ไหนผมจะต้องเปิดเพลงเอาไว้เสมอ " ตารางงานการถ่ายทำเซตเอาไว้ 2วัน 1 คืนกับชุดอีกเป็นร้อยๆชุดรวมถึงเสื้อคลุมวิบวับจาก saint laurent ที่ส่งตรงมาจากฝรั่งเคสอีกด้วย เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครในเกาหลีได้สวมใส่มาก่อน ทาง Saint Laurent ปารีสได้ส่งชุดเหล่านี้มาให้แฟชั่นนิสต้าของเราเป็นการพิเศษ จีดราก้อนได้รับความสนใจอย่างมากจากสตูดิโอแฟชั่นหลายยี่ห้อ ด้วยชุดแต่งกายจาก Saint Laurent นอกจากนี้เค้ายังสวมเสื้อผ้าจากรันเวย์ของ Thom browne ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอ MichiGo อีกด้วย สำหรับจีดราก้อนแล้วแฟชั่นก็เหมือนกับกล่องของขวัญที่บรรจุดนตรีเอาไว้ 

"คุณจะมองออกถึงความแตกต่างของท่าเดินของผมเวลาที่ผมสวมเสื้อผ้าสไตล์ ฮิบฮอบ กับเวลาที่ผมสวมสูทที่ตัดเย็บอย่างดี ซึ่งคุณก็จะเห็นความแตกต่างนี้ได้เช่นกันในเพลงของผมใช่ไม๊ฮะ?? มันเหมือนกับตอนที่ผมขึ้นเวทีหรือตอนที่ผมทำเพลงนั่นแหละครับ และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมผมถึงแต่งตัวเต็มยศเสมอ คุณจะไม่รู้เลยว่าเพลงของผมจะออกมาเป็นยังไงถ้าผมเกิดสวมแต่เสื้อวอล์มทุกๆวัน"

การถ่ายทำได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในตอนที่เพลงสุดท้ายในอัลบั้มของ Kanye west ดังขึ้น จีดราก้อนที่ถือไวโอลินและหีบเพลงได้กลายเป็นนักดนตรีพเนจร Sunghee นางแบบได้กลายเป็นนักเต้นที่ร่วมเดินทางไปกับเค้า ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้พูดคุยกันเลยนอกจากทักทายสวัสดีกันแบบประหม่าๆในตอนแรก แต่พอการถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นพวกเค้าก็กลายเป็นคู่รักคู่น่ารักไปทันที SungHee ผู้ซึ่งเป็นนักเต้นบัลเล่ห์ในตอนเป็นเด็กได้โชว์การเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อย จนช่างภาพคุณ Kim Bo Sung และจีดราก้อนต่างก็รู้สึกทึ่งไปตามๆกัน ทั้งจีดราก้อนและSunghee ต่างก็รู้วิธีที่จะใช้ร่างกายของพวกเค้า ทำงานร่วมกันกลมกลืนไปกับเสียงเพลงเหมือนนักเต้นที่ฝึกซ้อมร่วมกันมานาน 

จีดราก้อนกล่าวว่า" ผมได้อ่านนิตยสารมาบ้างและได้ลองปรับปรุงท่าโพสบางท่าเพื่อใช้ในการถ่ายรูปครั้งนี้ครับ เพราะโปรเจคนี้เป็นโปรเจคใหญ่ของผมกับโว้ก และยังเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองทำงานสไตล์แบบนี้ ดังนั้นผมถึงกับไม่ยอมทานอาหารเพื่อการถ่ายทำในครั้งนี้ ผมคิดว่ารูปร่างที่ดูผอมๆจะดูดีในการถ่ายแบบแบบนี้ แต่ผมก็ไม่ได้ผอมมากหรอกนะครับในตอนนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักเป็นพิเศษหรือทำอะไรแบบนั้น แต่เพราะผมทานเยอะเกินไปในช่วงที่คอนเสิริต์ของผมจบลงดังนั้นผมจึงออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักบางส่วนออกไปครับ"

อัลบั้มที่ 2 ของจีดราก้อนในตอนนี้กำลังเตรียมการกันอยู่ ตั้งแต่วันที่เค้ากลับมาที่เกาหลี เค้าก็ทำงานในอัลบั้มนี้ไม่ได้หยุดเลยที่สตูดิโอของเค้า เค้ากล่าวว่าเค้าไม่ได้พักเลยแม้แต่วันเดียวก็ไม่ได้พัก 

"ผมมองหาสิ่งใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่องครับ ผมเพียงแต่ไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ที่ผมขาดไป หากผมรู้แล้วละก็ผมก็จะแก้ไปให้ตรงจุด แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรนี่สิครับ"  
"ผมคิดว่าการที่ผมได้ร่วมงานกับศิลปินต่างชาตินั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ผมชอบคุณ Missy Elliot ตั้งแต่ผมเป็นเด็กแล้วละครับและคิดเสมอว่าจะดีแค่ไหนถ้าได้ทำงานร่วมกับเธอ และด้วยวิธีการบางอย่างผมก็ได้รับโอกาสนั้น "  

จีดราก้อนกล่าวว่าอัลบั้มใหม่ของเค้าเสร็จสิ้นไปกว่า 70% แล้ว เค้ากล่าวว่าในอัลบั้มจะมีทั้งเพลง Hip Hop, R&B, Rock และ Ballad ดังนั้นมันจึงไม่มีคอนเซ็บซ์อะไรที่ตายตัวเป็นพิเศษ 

" ผมรวมเอาเพลงที่ผมชอบทั้งหมดในช่วง 1-2 ปีนี้เข้าไปในอัลบั้มฮะ เพราะผู้คนเดี๋ยวนี้ไม่ได้ฟังเพลงทีเดียวทั้งอัลบั้มอีกต่อไปแล้ว พวกเค้าจะเลือกเอาเพลงที่เค้าชอบออกมาแล้วทำเป็น playlist แล้วฟัง playlist ของตัวเอง"



อัลบั้มนี้จะออกมาในวันที่ 18สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของจีดราก้อน (1998/08/18) โดยอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของเค้าก็ออกวางแผงในวันนี้เช่นกัน  เลข "8" นี้ถือเป็นตัวเลขพิเศษมากๆสำหรับจีดราก้อน หากคุณจับเลขแปดนี้นอนลง มันก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ infinity (สัญลักษณ์∞ ที่อ้างถึงจำนวนที่ไม่มีขอบเขตหรือไม่มีที่สิ้นสุด) และมันเป็นตัวเลขนำโชคสำหรับจีดราก้อน และนอกจากนี้ จีดราก้อนยังเป็นผู้ชายที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นปกโว้ก ฉบับประจำเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

"เป็นเกียรติมากครับ พลังเอเซียนั้นเติบโตขึ้นทุกวันๆบนโลกนี้และผมรู้สึกดีใจมากที่ผมได้เป็นส่วนนึงในการเติบโตครั้งนี้กับสามนางแบบชื่อดังระดับโลก และผมหวังว่าผมจะสามารถเป็นแรงช่วยแห่งพลังเอเซียครั้งนี้ครับ"  

เมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศในการถ่ายทำก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในผับในยามค่ำคืน เป็นเพราะ playlist ของจีดราก้อนนั้นเข้ามาสั่นสะเทือนหัวใจของคุณ  นักร้องระดับสัญลักษณ์ของเพลงฮิบฮอบในฝั่ง West Coast อย่าง Kendrick Lamar ศิลปินสุดเก๋าอย่าง  Whodini งานของ Chris Brown ที่ฟีิเจอร์ริ่งร่วมกับแร๊พเปอร์เด็กน้อย Scooter Smiff… เพลงของ Beyonce และ Pharell Williams ที่ลืมไม่ได้เลยเห็นจะเป็นอัลบั้มใหม่ของ Jay-z ที่เป็นศูนย์รวมระดับเทพทั้งหลายเอาไว้ด้วยกัน 

 “ผมจะรู้สึกร้อนรุ่มตื่นเต้นขึ้นมาทุกทีเวลาที่ได้ฟังเพลงดีๆครับ เพลงดีๆเป็นสิ่งที่กระตุ้นผมได้มากที่สุดผมรักเพลงทุกเพลงของ Jay-z และผมก็รู้สึกอิจฉา Kanye เพราะเค้าสามารถลองของใหม่มากมายซึ่งกับ J.cole ก็เหมือนกันครับ  ตอนนี้แทยังก็กำลังเตรียมงานในอัลบั้มใหม่ของเค้าอยู่ และผมก็อิจฉาเพลงเพลงนึงในอัลบั้มของเค้ามาก เวลาที่ผมได้ยินเพลงไหนที่เป็นเพลงที่ดีผมจะต้องพยายามทำใจเย็นดับความร้อนรุ่มในใจของผมครับ " 

จีดราก้อนเต้นไปกับเสียงเพลงและเอากล่องที่อยู่ในฉากมาตีประหนึ่งว่ามันเป็นกลองแอฟฟริกัน เค้าไม่สนด้วยซ้ำว่าทีมงานทั้งหมดกำลังจ้องมองมา ในขณะที่เรารู้สึกเหมือนว่าได้ฟังเพลงมามากเกินพอที่จะฟังได้ในเดือนนึงแล้ว การถ่ายทำก็หยุดพักชั่วคราว จีดราก้อนต้องออกไปข้างนอกซักพักเพื่องานปาร์ตี้เปืดตัวยี่ห้อยี่ห้อนึง 

ต่อมาในตอนดึกเมื่อเค้ากลับมา คู่หูคนที่ 2 นางแบบ Soojoo ได้มารอคอยอยู่แล้ว soojoo เคยได้พบแทยังมาแล้วที่ปารีส ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอจีดราก้อน ช่างภาพคุณ Hong Jang Hyun ต้องการให้พวกเค้าดูคุ้นเคยเป็นเพื่อนและมีฉากที่ใส่อารมณ์มากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่แลดูจะอึดอัดในตอนนี้ ช่างภาพอยากจะดึงเอาเสน่ห์ในแบบของจีดราก้อนออกมาในการถ่ายภาพ จีดราก้อนไม่ได้เดือดร้อนกับการที่จะต้องใส่กางเกงขาสั้นหรือเปลือยท่อนบนเพื่อการถ่ายรูป เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาที่เค้ามีกับโว้กที่ต้องสวมรองเท้าส้นสูงเค้าก็ทำมาแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นเพราะเค้าเชื่อใจในตัวของช่างภาพ และจากนั้น บางอย่างที่สุดวิเศษก็เกิดขึ้น

Soo Joo และ GD ผู้ซึ่งมีผมบลอนด์และตาแบบสโมกกี้ ทั้งคู่เกือบจะดูเหมือนภาพในอุดมคติ เหมือนกับฝาแฝด สไตลิสต์ของ 2ne1  Yang Seung Ho ผู้ที่ผ่านมาและหยุดมองดูการถ่ายภาพครู่นึง กล่าวว่า " ผมบอกไม่ได้เลยว่าคนไหนคือจีดีคนไหนคือ soojoo " 

ทั้งคู่ดูเป็นธรรมชาติและดูเหมือนคู่รักกันจริงๆ แต่จีดราก้อนก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของเค้าเอาไว้ได้ " ผมเอาแต่มองตรงไปข้างหน้า ตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวครับ 555" เมื่อการถ่ายภาพเสร็จสิ้นลงจีดราก้อนได้พูดถึงช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนั้น " ผมเป็นผู้ชายดังนั้นผมสบายมากที่จะเปิดเผยร่างกายบ้าง แต่นี่มันยากเพราะผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับนางแบบที่เปิดเผยบางส่วนของร่างกายขนาดนี้ครับ ขนาดบนเวทีผมก็ไม่เคยลองทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ว่ามันก็สนุกนะครับ" 

ทันทีที่การถ่ายทำจบลง Soojoo กลายเป็นสุภาพสตรีขี้อายในทันที SooJoo ผู้ซึ่งมีเสน่ห์ในแบบเอื้อมไม่ถึงในระหว่างการถ่ายภาพ ก็เป็นเพียงแฟนเกริ์ลอีกคนนึงเท่านั้น ตอนที่เธอเข้าไปถ่ายรูปกับจีดราก้อน เธอถึงกับชูสองนิ้วขึ้นมาด้วย


ในวันต่อมา การถ่ายภาพของเราเริ่มในตอนกลางคืน จีดราก้อนในกางเกงสกินนี่สีแดงได้เล่าให้เราฟังว่าเค้าต้องการเนื้อที่ในการเก็บเสื้อผ้ามากกว่านี้ในบ้านใหม่ของเค้า ในขณะที่พูดเค้าก็เพิ่มสินค้าลงไปในตะกร้าชอปปิ้งออนไลน์เพิ่มอีก สิ่งที่อยู่อันดับ 1 ในรายการของที่อยากได้ในฤดูกาลต่อไปของเค้าคือ รองเท้าสีขาวจาก Saint Laurent 

 “ผมเคยสวมรองเท้า  high-tops ไม่ก็รองเท้า Louboutin แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับรองเท้าราคาแพงๆแล้วครับ ผมมักจะซื้อรองเท้าไนกี้รุ่นเก่ารุ่นเดียวกับที่ผมเคยใส่ในตอนที่อยู่มัธยมแบบนั้นแทน"
จีดราก้อนมีรอยสักเยอะพอๆกับรองเท้าและเสื้อผ้าของเค้าเหมือนกัน เมื่อ 2 ปีที่แล้วเค้าได้ไปสักรอยของ  keith Harring และเมื่อเร็วๆนี้ก็เพิ่มรอยของ Basquiat เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นรอยสักของตัวเอง 

"ผมชอบศิลปะในแนวป็อป มันเป็นศิลปะในแขนงที่เป็นสาธาณะชนและในแบบสื่อโฆษณามากที่สุด เมื่อเร็วๆนี้ผมพึ่งซื้องานของ Patrick Rubinstein มาครับ”


การถ่ายภาพเซตสุดท้ายของเค้าเริ่มพร้อมกับเสียงเปียโนที่เล่นโดย  Billy Preston คืนนี้จีดราก้อนจะเป็นสุภาพบุรุษในคลับยุค 50 สุภาพสตรีที่จะมาร่วมอยู่เป็นเพื่อนเค้าในคืนนี้คือ Park Ji Hye ซึ่งเป็นนางแบบเพียงหนึ่งเดียวที่กล้าพอจะทักทายจีดราก้อนด้วยท่าเต้น Fantastic baby คุณ Park Ji Hye กล่าวชื่นชมจีดราก้อนอย่างจริงใจว่า " จีดราก้อนเก่งมากค่ะ มันไม่ใช่สิ่งที่เราพวกนางแบบทำกันเท่านั้น แต่นี่มันเป็นสไตล์เอกลักษณ์ในแบบของเค้าเอง" 

จีดราก้อนผู้ซึ่งทำงานมาโดยตลอดตั้งแต่อายุ 13 ในฐานะศิลปินฝึกหัดในค่าย YG เค้าคิดยังไงกับตัวเองกันนะ?? 

"ผมเดาเอาว่าตัวเองประสบความสำเร็จในเรื่องของสิ่งที่เป็นความฝันในแบบคร่าวๆได้แล้วครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือนักร้องแบบไหนที่คุณกำลังเป็นอยู่ ผมไม่อยากจะแบ่งแยกว่ามันดีหรือเลวโดยวัดกันตรงที่ศีลธรรมของตัวศิลปิน ผมคิดว่าคุณจะสามารถเป็นศิลปินที่ดีได้หากคุณสามารถทำเพลงที่คุณจะไม่มีทางอับอายเมื่อได้ยินมันออกมา เป็นศิลปินที่ดีได้เมื่อคุณสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นน้องและคุณสามารถแสดงบนเวทีจนถึงเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดและพยายามทำมันให้ได้เสมอมาครับ สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญนั้นไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณวัยหนุ่มที่เรามีตั้งหาก การที่คุณพยายามจะเข้าเป็นส่วนนึงของโลกใบนี้ได้อย่างง่ายดายนั้นจะทำให้คุณสูญเสียตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป ซึ่งในเรื่องของเพลงก็เช่นเดียวกัน "

เมื่อการถ่ายภาพเซตสุดท้ายของจีดราก้อนจบลง เหล่าทีมงานที่ร่วมทำงานกับเค้ามามากกว่า 24 ชั่วโมงแล้วก็ปรบมือเสียงดัง จีดราก้อนดูไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ในตอนที่เค้าเดินออกจากสตูดิโอในตอน ตี 3 เค้ากล่าวว่า

"หากคุณยังคงตั้งใจเดินไปในหนทางที่คุณคิดว่ามันเป็นเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว วันนึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของคุณ มันจะต้องส่องแสงสว่างภายในตัวคุณได้อย่างแน่นอน ใช่ไม๊ฮะ??"



 =================================



ใน Vogue Living ที่แถมมาเป็นเซตร่วมกับนิตยสาร มีไปเยี่ยมดูบ้านยองเบด้วยค่ะ 
ซึ่งยองเบบอกว่าได้คำแนะนำจากทาบิ มิวแปะไว้ร่วมกันเลยแล้วกัน 

ก่อนที่แทยังจะมีการดีไซน์ห้องของเค้า และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเค้าได้ไปขอคำแนะนำจากท็อปผู้ซึ่งรู้เรื่องการดีไซน์เป็นอย่างดี
ท็อป ที่เป็นมือสมัครเล่น แต่อยู่ในระดับสูงในเรื่องของการตบแต่งภายใน เค้ามีเครือข่ายและติดต่อกับเจ้าของร้านเครื่องเรือนและของตบแต่งต่างๆเอาไว้เสมอรวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ AAAในย่านHongdaeอีกด้วย 

ด้วยคำแนะนำจากท็อปแทยังเลือกวอลเปเปอร์ พื้นห้อง และเฟอร์นิเจอร์ ที่สามารถเข้ากันได้ดีกับสีดำ และเค้าก็ตบแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก หนังสือ และภาพวาดที่เค้าสะสมมาจากการออกทัวร์คอนเสริต์

Eng Translated by DANA A.K.A BIGBANGGisVIP
and in Vogue living section translation by UTOPIA
Thai Translated by miss mew
 

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บางส่วนจากสัมภาษณ์ Lydia โดย Cuvism magazine

























Q: คุณเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกวายจีได้ยังไงกันคะ??
Lydia: เพื่อนของฉัน Shan Evaristo และ Aimee Lee Lucas เป็นแด็นเซอร์ที่เต้นให้กับยองเบค่ะ พวกเค้าเป็นเพื่อนของฉันตั้งแต่เมื่อครั้งเราอยู่อเมริกากันแล้ว อยู่มาวันนึงพวกเค้ามาเล่าให้ฉันฟังว่าพวกเค้าทำงานอยู่ที่บริษัทวายจี และพวกเค้าก็แนะนำฉันให้กับทางวายจีเพราะพวกเค้าชอบเสียงของฉันและฉันก็เปิดช่องยูทูปของตัวเองที่ร้องเพลงโคเวอร์ต่างๆให้เค้าดู และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันได้เข้ามาทำงานที่วายจีค่ะ  

Q: ครั้งแรกที่คุณออกหน้าออกตาว่าอยู่ที่ YG คือตอนที่คุณไปปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอ One of a kind ของจีดราก้อน ตอนนั้นคิดยังไงถึงตัดสินใจแบบนั้นคะ??
Lydia: จียงถามฉันค่ะว่าฉันจะสามารถไปเต้นให้เค้าในมิวสิควีดีโอเพลงใหม่ในอัลบั้มโซโล่ใหม่ได้ไม๊?? และฉันก็ตอบเค้าไปว่า "แน่นอนสิ" (หัวเราะ)

Q: ย้อนหลังกลับไป คุณก็เป็นคนที่ร้องเพลง 'Missing You' LIVE กับจีดราก้อนใน 'GD FRIENDS LIVE'ด้วยใช่ไม๊คะ?
Lydia: ท่านประธานเป็นคนแนะนำมาว่าให้ทำแบบนั้นค่ะ มันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับฉัน 

























Q: ในตอนนั้นอัลบั้มของจีดราก้อนเป็นอัลบั้มที่ฮิตกันมากๆเลย เพลงโปรดของคุณคือเพลงอะไรคะ??
Lydia: ฉันรัก เนื้อเพลง ทำนอง และสไตล์ในการโปรดิวงานในอัลบั้มเดี่ยวของจียงโอปป้ามากจริงๆค่ะ ที่รักเป็นพิเศษก็เพลง  "That XX" และ "One Of A Kind"

Q: คุณโคเวอร์เพลง Badboy ของบิกแบงด้วยนี่คะ คุณรู้จักบิกแบงตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี้ย??
Lydia: ในตอนแรกที่ฉันได้ยินมาว่าต้องได้ทำงานร่วมกับพวกเค้า ฉันก็เกิดความสงสัยเลยค้นหางานของพวกเค้ามาดูค่ะ จากนั้นก็เริ่มสนิทกับพวกเค้ามากขึ้นตอนที่มาอยู่ที่ YG แล้ว

Q: ดูเหมือนว่าคุณจะได้รับผลตอบรับมากมายจากโปรดิวเซอร์คนอื่นๆในวายจีนะคะ
Lydia: ใช่เลยค่ะ เรามักจะเป็นแบบนั้นแหละ เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันมีคำถามฉันมักจะไปถามกับเท็ดดี้โอปป้าและจียงโอปป้า พวกเค้ามักจะใจดีให้คำตอบฉันมาอย่างดี พวกเค้ามักจะมีเซ้นซ์และสไตล์รวมถึงบุคคลิกที่ดีมากๆอยู่เสมอดังนั้นฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากพวกเค้าค่ะ ส่วนใหญ่แล้วทุกคนในวายจีมักจะมีความกระตือรือร้นเปี่ยมด้วยพลังกันอยู่เสมอดังนั้นฉันเลยพลอยได้ความรู้ดีๆไปด้วย 



Q: มีศิลปินคนไหนที่คุณอยากจะทำงานด้วยไม๊คะ??
Lydia: Jamie Foxx, Stevie Wonder. ส่วนในเกาหลีฉันอยากจะทำงานกับศิลปินในค่าย วายจีค่ะ

Q: ล่าสุดคุณได้ปรากฏตัวใน MV ของ CL ในบทบาทที่น่าสนใจทีเดียวนะคะ คุณจำได้ไม๊คะว่ามีช่วงเวลาตลกๆอะไรที่เกิดขึ้นรึเปล่า??
Lydia: ฉันต้องเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อเข้าฉากในMVค่ะดังนั้นในตอนที่ต้องรอเข้าฉากฉันก็เลยเคี้ยวหมากฝรั่งซ้อมไว้ จากนั้น แชรินก็มาบอกว่าบทของฉันมีอยู่ว่าจะต้องหวีผมให้เธอขณะที่เคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วย และด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่แย่ในเรื่องการแสดงมากๆๆ (หัวเราะ) ดังนั้นฉันจึงพยายามที่จะเคี้ยวหมากฝรั่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะมีการถ่ายทำค่ะ

Q: แล้วมาเจอกับ MADEMOISELLE YULIAได้ยังไงคะ?
Lydia: ฉันถูกแนะนำให้รู้จักกับเธอเพราะเธอเป็นเพื่อนของแชริน เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์และใจดีมากๆ เธอยังเป็นเพื่อนกับพวกแด็นเซอร์โอปป้าหลายๆคนใน YG ด้วยนะคะ

























Q: คุณออกกำลังกายกับ เทนเนอร์ประจำค่ายวายจีคุณ Hwangssabuรึเปล่าคะ?
 Lydia: Hwangssabu ตอนดึกก็จะกลับบ้านค่ะ และเค้าก็เดินทางไปกับจียงในการทำ worldtour ดังนั้นเค้าจึงยุ่งมากๆๆ ดังนั้นฉันก็จะออกกำลังกายด้วยตัวเองในตอนเที่ยงคืนค่ะ



source:http://www.cuvismmag.com/b/interview/2823
Eng translation by DANA a.k.a BigbanggisVIP
Thai translation by mew 

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Part2:100 คำถามกับน้องแดจาก หนังสือพิมพ์ BigbangTimes Vol:6

มาต่อกันด้วย ครึ่งหลังกันบ้างนะค่ะ ครึ่งหลังนี้มิวแปลจากภาษาอังกฤษแล้ว เย้!!
ขอบคุณน้องไผ่ มากๆเลยค่ะสำหรับลิงก์พาไป 
มิวไม่เห็นเลยจริงๆ งมกับอากู๋จนมึนเลยในครึ่งแรก

ป่ะๆ ไปอ่านต่อตอนจบกันค่ะ


51) ยี่ห้อโปรดของคุณในช่วงนี้คือแบรนด์อะไรครับ??
DS: Rick Owen ครับ

52)สิ่งที่คุณจะใส่ใจมากเป็นพิเศษเวลาทานอาหารคือ
DS:ผมพยายามจะทานช้าๆนะครับ

53) ทำไมคุณถึงเริ่มที่จะมาออกกำลังกายฟิตหุ่นละครับ??
DS:ในตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนอยู่ คนมักจะล้อผมเสมอว่าผมผอมเกินไปครับ

54)ส่วนใดในใบหน้าของคุณที่คุณชอบมันมากที่สุดครับ??
DS:จมูกครับ

55)คุณคิดว่าอะไรที่จะเป็นข้อได้เปรียบของการที่ได้มาเป็นแฟนของคุณครับ??
DS:มันเป็นเรื่องที่ เยี่ยมยอดมากนะครับ (หัวเราะ)

56)มีแผนอะไรในการเดทครั้งพิเศษบ้างครับ??
DS:ผมจะทำอาหารครับ ผมจะคิดว่าจะทำอะไรให้เธอทาน อืมม น่าจะเป็นเกี๊ยวซ่า

57)ของขวัญพิเศษที่คุณจะมอบให้กับคนที่คุณชอบคืออะไรครับ??
DS:ตัวผมครับ....(หัวเราะ) 

58)ทรงผมอะไรที่คุณคิดจะทำต่อไปครับ??
DS:ทรงผมที่ต้องดูทรงอำนาจ ไว้ผมจะลองคิดดูนะครับว่าทรงไหน (หัวเราะ)

59)เพลงอะไรที่คุณจะฟังเวลาที่อยากให้ตัวเองรู้สึกคึกคักตื่นเต้นครับ??
DS: เพลง FANTASTIC BABY ครับ

60)แล้วเพลงที่จะฟังเวลาที่ต้องการผ่อนคลายละครับ??
DS: เพลง Cafe ครับ

----------------

61)แล้วเพลงอะไรที่จะฟังตอนที่ต้องการสมาธิครับ??
DS: เพลง Bad boy ครับ

62)เพลงที่ฟังเวลาที่รู้สึกจิตตกละครับ??
DS: เพลง Garagaro-go ครับ

63)เพลงที่ฟังในตอนอกหักละครับ??
DS:เพลง Usobonda

64)เพลงที่สร้างความประทับใจให้กับคุณมากที่สุดคือเพลงอะไรครับ??
DS:เพลง Tell Me Goodbye ครับในตอนที่เราถ่ายทำ MV กันผมเป็นคนแรกที่มาแต่ต้องมารอถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะถึงคิวตัวเองถ่าย และถ่ายทำเสร็จภายในเวลา 10 นาทีครับ

65)คอนเสริต์ที่สร้างความประทับใจมากที่สุดคือคอนเสริต์ครั้งไหนครับ??
DS:ทัวร์คอนเสริต์ ALIVE ในตอนที่แฟนๆร้องเพลง Haruharu ครับ

66)ถ้าเกิดว่าคุณสามารถมีพลังวิเศษได้หนึ่งอย่างคุณอยากจะมีพลังอะไรครับ??
DS:พลังในการหายตัวครับ ถ้าผมมีพลังนี้ ตอนนี้ผมอยากไปน้ำตก Niagara

67)อะไรที่คุณภูมิใจเป็นพิเศษในบ้านของคุณครับ??
DS:ผมอยู่ที่โซลก็จริงนะครับแต่บ้านของผมดูเป็นชานเมืองชนบท และอากาศก็สะอาดสดชื่นอยู่เลยครับ  

68)บอกความสามารถพิเศษมา 3 ข้อสิครับ??
DS: 1>เล่นเป่ายิงฉู้บเก่ง , 2>ผมสามารถลืมตาได้เป็นเวลานานโดยที่ไม่กระพริบตาเลยนะครับ ,3>สามารถยักคิ้วได้ทีละข้างครับ  

69)คุณคิดว่าอะไรเป็นส่วนที่มีเสน่ห์ของคุณครับ??
DS:ผมหัวเราะบ่อยๆครับ

70)อะไรที่มักจะออกมากับคำพูดของคุณครับ??
DS:ผมมักจะผสมการออกเสียงในแบบเกาหลีลงไปในทุกๆครั้งที่ผมพูดภาษาญี่ปุ่นครับ

--------------------------------- 

71)สิ่งของใดที่จะทำให้คุณกระวนกระวายใจถ้าไม่มีมันครับ??
DS:โทรศัพท์ครับ

72)สิ่งแรกที่คุณจะทำในตอนตื่นนอนคือ??
DS:ฟังเพลงครับ

73)สิ่งสุดท้ายที่จะทำก่อนเข้านอนละครับ??
DS:ฟังเพลงครับ

74)เป็นคนตื่นง่ายไม๊ครับ??
DS:(พูดแบบดุดัน)ฟังเพลงครับ (หัวเราะ) ครับ ผมตื่นง่ายครับ

75)อะไรที่ทำให้คุณชอบห้องของคุณครับ??
DS:มันเป็นห้องที่สดใสและสะอาดครับ ผมรักเตียงของผม

76)มื้อเช้าทานข้าวหรือขนมปังครับ??
DS:ข้าวครับ

77)สิ่งที่คุณหมกหมุ่นกับมันในช่วงนี้คืออะไรครับ??
DS:กลองครับ อ่า ผมพูดออกไปแล้วดังนั้นอาจจะต้องเล่นโชว์บ้างนะเนี้ย (หัวเราะ)

78)สไตล์แฟชั่นของคุณเป็นแบบไหนครับ??
DS:แบบเป็นธรรมชาติครับ

79)แฟชั่นไอเทมที่ตัวเองตัดใจไม่ซื้อไม่ได้เลยคือ??
DS:ของของ RICK OWENS ครับ

80)ในตอนที่ทำงาน สิ่งที่คุณจะนึกเอาไว้ในใจตลอดคืออะไรครับ??
DS:ต้องยิ้มเข้าไว้และหัวเราะกับทุกๆคนในตอนที่ทำงานครับ


 ------------------------------- 

81)มีอะไรที่คุณจะต้องทำก่อนที่จะขึ้นเวทีไม๊ครับ??
DS:เราจะมายืนกันเป็นวงกลมและพูดว่า  Aja Aja Hwaiting!

82)อะไรที่คุณอยากจะลองท้าทายลองทำมันต่อไปครับ??
DS:ความท้าทายมันช่างน่ากลัวนะครับ ......อืมมม บางทีอาจจะเป็นเชฟ

83)ในระหว่างการทำงานในตอนไหนที่คุณรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นแล้ว??
DS:ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความอดทนแล้วในตอนนี้

84)สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขในช่วงนี้คือ??
DS: คอนเสริต์เดี่ยวครับ

85)อะไรที่ทำให้สนุกในช่วงนี้??
DS:คอนเสริต์เดี่ยวครับ

86. แล้วอะไรที่ทำให้เศร้าในช่วงนี้??
DS:คอนเสริ์ตเดี่ยวครับ (พูดแบบดุดันแล้วก็หัวเราะออกมา)

87)คุณเป็นคนมีเซ้นส์มีลางสังหรณ์อะไรบ้างไม๊ครับ??
DS:ไม่เลยฮะ

88)คำที่คุณชอบเป็นพิเศษ คือ??
DS:‘chinpunkanpun’(ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "ไม่มีวี่แววเลย")

89)คติประจำใจละครับ??
DS:จงเชื่อในตัวเอง

90)ประโยคที่ถ้ามีคนมาพูดคำคำนั้นกับเราจะทำให้มีความสุขมากๆคือคำว่าอะไรครับ??
DS: เยี่ยมจัง!’

--------------------------------

91)คุณคิดว่าอะไรจะเป็นผลดีที่จะได้จากการเป็นเพื่อนของคุณครับ??
DS:คุณจะมีสุขภาพดีครับ (เพราะน้องแดจะทานแต่ของมีประโยชน์เท่านั้น)

92)ถ้าเกิดวันนึงมีเวลา 30 ชั่วโมงคุณจะทำอะไรบ้างครับ??
DS:ผมจะนอนให้มากขึ้นครับ

93)ถ้าคุณไม่ได้เป็นบิกแบง อาชีพอะไรที่คุณจะทำครับ??
DS:เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยดีไม๊ฮะ??

94)ในตอนที่คุณตกอยู่ในอันตรายอะไรที่จะทำให้คุณรอดมาได้??
DS:พยายามคิดอย่างรวดเร็วครับ

95)ใจความของชีวิตของคุณ คืออะไรครับ??
DS:เป็นคำถามที่ลึกซึ้งนะครับ..... ผมเกิดมาโดยที่ไม่มีอะไรเลย ดังนั้นผมก็จะตายโดยไม่มีอะไรเช่นกัน

96)คุณคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในชีวิตครับ??
DS:ความรักและอาหารครับ

97)ความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตของคุณคืออะไรครับ??
DS:เอาชนะท็อปครับ (หัวเราะ)
(เพราะความใฝ่ฝันสูงสุดของท็อปคือเค้าอยากจะพิชิตโลกให้ได้ดังนั้นน้องแดจึงอยากจะพิชิตท็อปให้ได้อีกต่อนึง)

98)คุณมีสมบัติล้ำค่าบ้างไม๊ครับ ??
DS:มีสิ่งครับ อัลบั้ม D'scover ของผมเป็นสมบัติล้ำค่าของผม

99)เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าโชคดีที่ได้มาเป็นสมาชิกวงบิกแบงครับ??
DS:แม้ว่าในช่วงที่ผมต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราก็ยังสนิทกันมาก ในตอนที่ผมรู้สึกแบบนั้นเป็นตอนที่ผมรู้สึกดีใจที่ผมได้มาอยู่ในวงบิกแบงครับ

100)สำหรับดีไลท์แล้ว บิกแบงคือ??
DS:เพื่อนครับ

===============
Source: BigbangTIMES magazine Vol:6
english translation source:http://mmvvip.tumblr.com/post/54090462981/trans-vipj-bigbang-times-6-5-daesungs-100-qs-and
english translation by @mmvvip

Thai Translation by mew 
Picture credit to bigbang_JPN + MMvvip

===========


สามารถอ่านพาร์ทแรกได้จากลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ
http://mew-mini-museum.blogspot.com/2013/07/100-bigbangtimes-vol6.html

Part1:100 คำถามกับน้องแดจาก หนังสือพิมพ์ BigbangTimes Vol:6

พอรู้ว่า หนังสือพิมพ์ BigbangTimes เล่ม 6 ข่าวสารที่ทาง JVIPได้รับเป็นประจำ
มีการถามคำถามน้องแดถึง 100 ข้อ รู้สึกตื่นเต้นอยากอ่านมากๆว่าจะถามอะไรตั้ง 100ข้อ O.O
แต่ปรากฏว่ามิวรอแล้วรอเล่ามาเกือบอาทิตย์ เห็นทั้งเวอร์ชั่นแปลเป็นเกาหลีและเวอร์ชั่นแปลเป็นจีน 
แต่ไม่เห็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเลยค่ะ (มิวว่ามิวก็ตามแม่ๆน้องแดเยอะอยู่นะคะแต่ไม่เห็นมี)
ดังนั้นเลย พยายามจับมือกับอากู๋ คุยกันแบบรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องหลาย 
ผลก็ออกมาดังที่ทุกคนจะได้อ่านต่อไปนี้แหละค่ะ 5555+
ขอออกตัวไว้ก่อนเลย ว่ามิวไม่รู้ว่าที่มิวแปลออกมาจริงๆมันถูกต้องไม๊?? 5555+
และขอบอกว่า ต้นฉบับที่มิวเอามาเป็นภาษาเกาหลี และเค้าลืมแปะข้อ 4 มาให้ค่ะ XD 555+

มิวแบ่งเป็นสองพาร์ทนะคะ พาร์ทละ 50 แล้วกัน 

เริ่มเลยนะคะ >_<



1)เมื่อได้ยินว่าต้องมาตอบคำถาม 100 ข้อ รู้สึกยังไงครับ??
DS: รู้สึกว่ามากจังครับ  

2)ถ้าให้เลือก ภูเขา หรือทะเลจะเลือกอะไรครับ??
DS:ภูเขาครับ

3)คุณอยากอยู่ที่ไหนระหว่างในเมืองหรือชนบทครับ??
DS:ชนบทครับ (ตอบเพื่อตอบคำถามเฉยๆนะครับ)  

5) หากมีสาวที่ตรงสเปคเดินมาทักเข้าใจผิดว่าเราเป็นคนรู้จักของเธอ 
จะรู้สึกเสียใจที่ว่าเราไม่ใช่คนคนนั้นและกังวลกับมันหรือคิดว่านี่แหละโอกาสมาถึงแล้ว??
DS:จะรู้สึกเสียใจว่าเราไม่ใช่คนคนนั้น แต่ก็จะดูแลเธอเป็นอย่างดีครับ 

6)การที่มีเพื่อนสนิทคนเดียว หรือ มีเพื่อนเล่นเป็นร้อยคน เลือกแบบไหนครับ?? 
DS:ขอมีเพื่อนสนิทคนเดียวครับ

7)ต้องทานอาหารเดิมๆทุกวันแต่ครบ3มื้อ กับทานอาหารที่โปรดที่สุดมื้อเดียวต่อวันเอาแบบไหนครับ?
DS:เลือกทานอาหารโปรดมื้อเดียวครับ

8)หากคนที่คุณเกิดไปชอบเค้ากลายเป็นคนรักของเพื่อน คุณจะตัดใจไม๊ครับ
DS:ตัดใจครับ

9)งานที่คุณอยากทำในทุกๆวัน
DS:การฟังเพลงครับ

10)ช่วงเวลาไหนที่คิดว่าดีที่สุดและช่วงไหนที่คิดว่าแย่ที่สุดครับ??
DS:เวลาที่ดีที่สุดคือ เวลาที่ได้ทานอาหารอร่อยๆ
ส่วนเวลาที่แย่ที่สุดคือเวลาที่ไปร้านอาหารที่ไม่เคยไปมาก่อนและอาหารในร้านไม่อร่อยฮะ

--------------------------------------------------- 

11)สิ่งที่คุณอยากจะลองทำเป็นสิ่งต่อไปคืออะไรครับ?
DS:บันจี้จั๊มครับ

12) คนแบบไหนที่คุณอยากจะเป็นครับ??
DS:เป็นคนดีครับ

13)เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกอายมากๆที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้มีไม๊ครับ??
DS:มีครับ ในตอนที่กำลังเล่นคอนเสริต์ DLive อยู่ กางเกงผมขาดครับ ผมอายมากเลย

14)หากมีเวลาเหลืออีกแค่ 1 อาทิตย์ก่อนที่โลกจะแตกคุณจะทำอะไรครับ 
DS:ปลูกต้นแอปเปิ้ลครับ

15)สถานที่หรือการกระทำอะไรที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายที่สุดครับ??
DS:แช่น้ำครับ 

16)มีอะไรที่ทำจนติดเป็นนิสัยไม๊ครับ
DS:ผมมักจะกัดเล็บครับ

17)เวลาที่คุณรู้สึกกังวลคุณจะทำยังไงครับ 
DS:เวลาที่ผมรู้สึกประหม่า ผมจะทำใจเย็นๆและิคิดว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะจบลงด้วยดีครับ 

18)แล้วก็ร้องเพลงเพิ่มความ Dlite(ความสุข)เข้าไปด้วยสิครับ
DS: ไม่ยากเลยครับ 
(ว่าแล้วก็ร้องเพลงโปรโมทในอัลบั้มของตัวเองออกมาพร้อมหัวเราะ) 

19)สิ่งที่ต้องมีติดตัวเอาไว้ตลอดมีอะไรบ้างครับ??
DS: แหวน ตุ้มหู และเครื่องประดับต่างๆครับ

20)สิ่งที่คุณต้องการในตอนนี้คือ??
DS:ความศรัทธาที่ไม่มีทางสั่นคลอนจากแฟนๆครับครับ 

-----------------------------------------------  

21) ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเลยใช่ไม๊ครับ
DS:ครับ ไม่ได้เลี้ยงเลย 

22)กลิ่นที่โปรดปรานที่สุด??
DS:กลิ่นหอมๆ แบบพวกอโรมาเทราฟี ครับ  

23)ขอดูในกระเป๋าหน่อยสิครับ
DS:ช่วงสองสามปีหลังมานี่ผมไม่ค่อยได้ถือกระเป๋าเลยครับ มีแต่โทรศัพท์กับกระเป๋าเงินเท่านั้นเอง 

24)ร้านอาหารที่เกาหลีที่อยากจะแนะนำให้เรามีไม๊ครับ??
DS:ร้าน Yeolbong ครับ เป็นร้านของพี่เซเว่น

25)สถานที่ที่อยากจะแนะนำให้เราไปเวลาไปที่เกาหลีคือที่ไหนครับ??
DS:ซาวน่าฮะ  

26)ถ้าเกิดแต่งงานไปแล้ว อยากจะมีลูกกี่คนครับ??
DS:จริงๆมีชายหนึ่งหญิงหนึ่งก็โอเคนะครับ แต่อยากจะมีซัก 11 คนเลยครับ
ผมว่าสำหรับผู้ชายแล้วมันเป็นความฝันเลยนะครับที่อยากจะมีลูกแบบตั้งทีมฟุตบอลได้เลย 

27)คุณติดต่อกับแฟนบ่อยแค่ไหนครับ??
DS:ผมจะส่งข้อความหาเธอทุกชั่วโมงเลยฮะ 
มีเมล์มาถึง 5 ฉบับ~~~~
มีเมล์มาถึง 6 ฉบับ~~~~   

28)อยากให้คนรักของคุณเรียกคุณว่าอะไรครับ??
DS:Chagiya (ที่รัก) 

29)ถ้าเกิดคนรักของคุณร้องไห้ขึ้นมา ดีไลท์ก็ไม่สามารถไปหาเธอที่บ้านได้ จะทำยังไงครับ?
DS:ผมจะใช้วีดีโอคอลครับ จะอยู่คุยปลอบใจเธอ

30)ในวันเกิดของคนรัก คุณจะฉลองยังไงครับ??
DS:เป็นเพราะผมชอบเต้าหู้ ผมจะทำเค้กเต้าหู้ส่งให้เธอครับ

--------------------------------  

31)สำหรับสมาชิกในวงแต่ละคนช่วยเลือกประเทศที่จะไปหน่อยครับว่าจะไปที่ไหนกับใคร?
DS: กับGDไปยุโรป กับSOLไปอเมริกา กับVI ไปญี่ปุ่น กับTOPอยู่โซลแหละฮะผมอยากกินของอร่อยๆ   

32)ไปเที่ยวเล่นกับสมาชิกในวงบ้างไม๊ครับ??
DS:ไปครับ อย่างเช่นมักจะออกไปทานข้าวและดูหนังด้วยกันครับ 

33) มาจนถึงตอนนี้มีทรงผมไหนที่เป็นทรงผมที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยทำมาครับ??
DS:ทรงผมที่งาน MAMA เมื่อปีที่แล้วครับ ผมทำผมสีฟ้า   

34)สิ่งที่คุณมักจะทำเวลาเดินทางคืออะไรครับ??
DS:ฟังเพลงไม่ก็เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือครับ  

35)เวลาเข้าไปอาบน้ำจะล้างส่วนไหนของร่างกายก่อนครับ??
DS:จะทำความสะอาดจากศรีษะลงไปครับ 

36)ในช่วงที่แอบเตรียมงานสำหรับอัลบั้มD'scover แบบลับๆถึง3เดือนเป็นไงบ้างครับ
ไม่รู้สึกเหงาบ้างเหรอครับ??
DS:ยุ่งมากครับ แต่ผมก็รู้สึกมีความสุขในทุกๆวัน ความเครียดไปตกที่ว่าต้องร้องภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด
ผมไม่รู้สึกว่าเหงานะครับ 

37)แฟนๆจดจำว่าดีไลท์ชอบโดราเอมอนมาโดยตลอดเลยใช่ไม๊ครับ??
DS:ใช่ครับ ผมชอบเพราะมันน่ารักดีครับ แต่ตอนนี้หันมาเล่น Dkun กันดีกว่านะฮะ
( Dkun เป็นตัวการ์ตูนที่น้องแดดีไซน์ขึ้นมาเองค่ะ เป็นของขายประจำทัวร์ของน้องด้วย)

   
38)ถ้ามีวันหยุดจะทำอะไรครับ??
DS:ถ้ามีวันหยุดแค่วันเดียวก็นอนที่โรงแรมต่อไปแหละครับ 
แต่ถ้ามีเวลาเป็นเดือนผมอยากจะไปปารีส  

39)ชื่อเล่นตอนเด็กๆคืออะไรครับ??
DS: มันไม่มีความหมายพิเศษใดๆเลยครับ คือ 강 대포 (คังแดโพ)  

40)สิ่งแรกที่ทำเวลากลับไปถึงห้องคืออะไรครับ??
DS:โยนสัมภาระลงครับ  

41)อาหารที่ไม่ชอบทาน
DS:ลูกพรัมครับ  

42)สิ่งของที่ยังไงๆก็ขาดไม่ได้??
DS:โทรศัพท์มือถือและลิปมัน  

43) ศิลปินที่ญี่ปุ่นนี้ยังสนิทกับใครอีกไม๊ครับนอกจาก U-ZAI
DS:ไม่มีแล้วละครับ โอ้ววว ยังมี VJ BOO อีกคนครับ

44)มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแนะนำไม๊ครับ??
DS:เป็นพวกของทางตะวันออกครับ

45)งานอดิเรทละครับ
DS:แช่น้ำ

46)สิ่งที่กำลังโปรดปรานในตอนนี้??
DS:ปากกาที่ลบได้ 
 (วันนี้ผู้จัดการเอาปากกาลูกลื่นที่ลบได้นำมาเป็นของขวัญให้น้องแดค่ะ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังฮิตมาก)

47)ข้อดีและข้อเสียของการเป็นคนดัง??
DS: ข้อเสียคือ คุณสามารถตกจากอันดับได้อย่างรวดเร็ว 
ข้อดี ได้ทานอาหารดีๆแต่ก็ไม่ค่อยจะตรงเวลาครับ

48)ถ้าคุณมีปีกจริงๆคุณจะ??
DS:ผมจะหนีไปครับ 

49)จนถึงตอนนี้ของที่แพงที่สุดที่เคยซื้อมาเลยคืออะไรครับ??
DS:โทรทัศน์เครื่องใหญ่มากๆซื้อเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อคุณแม่ครับ 
ทีวีที่ผมซื้อให้เป็นของขวัญนี้ใหญ่กว่าโทรทัศน์ที่มักจะมีตามโรงแรมอีกนะครับ 

50)ดีไลท์ แดซอง โทซัง (ใช้เวลาเขียนไดอารี่)ชอบให้เรียกชื่อไหนครับ?

DS:แดซองครับ จริงๆดีไลท์ก็ชอบเหมือนกัน แต่ โทซังไม่มีใครเรียกเลยครับ

===============================

Source: BigbangTIMES magazine Vol:6
Korea translation by (☆'3'★) on Bestiz
Thai Translation by mew 
Picture credit to bigbang_JPN + BBupdate

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ จีดราก้อนจากนิตยสาร Cosmopolitan ฉบับเดือน กรกฏาคม 2013



Q:การทัวร์คอนเสริต์เดี่ยวครั้งแรกของคุณกำลังจะจบลงแล้วนี่คะและมันเป็นโชว์ที่ร้อนแรงมากด้วยถึงแม้ว่าคุณจะยังเหลือการแสดงที่จะต้องแสดงอยู่อีกในตอนนี้ แต่คุณรู้สึกยังไงบ้างคะที่จบทัวร์อย่างประสบความสำเร็จแบบนี้??
การทัวร์คอนเสริ์ตรอบโลกครั้งแรกของผมนั้นเป็นการทัวร์กับบิกแบงเมื่อปีก่อนครับ และผมก็ยังคงมีความรู้สึกว่าใจนึงก็กังวลอีกใจนึงก็ตื่นเต้นที่ได้ไปเยือนสถานที่ใหม่ๆในการทัวร์คอนเสริต์ของผม แต่มันก็สนุกมากๆเลยละครับที่ได้เดินทางไปทั่ว โดยส่วนตัวแล้วผมไม่มีเวลาได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหนแต่ในการทำทัวร์รอบโลกนี้ผมสามารถที่จะได้พักผ่อนในช่วงเวลาที่ได้หยุดพักและใช้เวลาเที่ยวเล่นอยู่กับทีมงาน ผมรู้สึกดีใจที่ได้สร้างความทรงจำดีๆมากมาย สำหรับผมแล้วมันเหมือนการไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียนครับ และผมก็รู้สึกดีใจมากๆที่ได้รับความรักในทุกๆที่ที่ผมไปเยือน 


Q:แม้ว่าสถานที่นั้นจะเป็นในต่างประเทศแต่ฉันคิดว่าผู้คนก็ยังจำคุณได้อยู่ดีนะคะ
เป็นเพราะแบบนั้นผมจึงไม่สามารถไปในทุกๆที่ที่ผมอยากจะไปได้สิครับ ดังนั้นผมจึงไปเที่ยวเล่นที่สระว่ายน้ำของโรงแรมและออกไปทานข้าวเท่านั้นแต่มันก็ยังสนุกอยู่ดีแหละฮะ ผมรู้สึกว่าผมสนิทกับเหล่าทีมงานของผมได้อีกนิด

Q:ถึงแม้ว่าคุณจะเคยออกทัวร์กับสมาชิกในวงบิกแบงมาก่อนแล้ว แต่ฉันคิดว่าการทัวร์คอนเสริต์เดี่ยวนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายสำหรับคุณเหมือนกันนะคะ
เพราะผมเริ่มทัวร์ของผมทันทีต่อจากการทัวร์ของบิกแบงมันเลยทำให้ผมกังวลครับ ผมกังวลว่าตัวเองจะทำลายชื่อเสียงดีๆกับความสำเร็จที่บิกแบงทำไว้เมื่อตอนออกทัวร์ ผมมองเห็นความสามารถในตัวเองและผมก็มั่นใจอย่างแรงกล้าว่านี่มันคุ้มค่าที่จะลองทำดู ความกดดันและความกังวลนั้นมีอยู่ในการแสดงสองสามรอบในช่วงเริ่มต้นทัวร์ครับ เมื่อร่างกายของผมเริ่มเคยชินกับบรรยากาศ ผมก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นและมันก็กลายเป็นเหมือนการฝึกซ้อม ผมเพียงแค่เล่นสนุกและมีความสุขบนเวที ผมได้ข้อสรุปว่าถ้าทำแบบนี้จะเป็นผลดีต่อตัวผมเองและต่อคนที่มาดูผมด้วย ดังนั้นผมจึงทำให้ใจให้ปลอดโปร่งและตัดสินใจที่จะสนุกไปกับมันครับ

Q:คุณเป็นประเภทที่ไม่ค่อยเครียดได้ง่ายๆรึเปล่าคะ?? ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ด้วตารางงานที่ยุ่งมากมันเป็นเรื่องปกติของเหล่าคนดังที่จะต้องมีความเครียดบ้าง ฉันสงสัยว่าคุณคลายเครียดด้วยการทำอะไรบ้างคะ??
อืมม , มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความเครียดแบบไหนนะครับ เช่น ถ้าผมเกิดเครียดจากการทำเพลง ผมก็จะคลายเครียดด้วยดนตรี ไม่ว่าผมจะเขียนได้หรือไม่ได้ผมก็จะเขียนเพลงไปเรื่อยๆ ผมจะผ่อนคลายได้เมื่อในที่สุดแล้วผมก็จะเขียนเพลงที่ผมพอใจกับมันออกมาได้ มันเหมือนกับเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของผมครับ 

นอกจากนั้นก็เหมือนกับคนในวัยเดียวกับผมนั่นแหละฮะ ผมจะคลายเครียดด้วยการพูดคุยและดื่มกับเพื่อนๆ บางทีผมก็แค่ดูหนังหรือนั่งเฉยๆจ้องไปในว่างเปล่า เวลาที่ผมใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆที่อยู่นอกวงการผมจะรู้สึกผ่อนคลายมากเพราะผมจะรู้สึกเป็นคนธรรมดาไม่ใช่คนดังใดๆ

Q:จีดราก้อน ถือว่าเป็นศิลปินที่มีภาพลักษณ์เด่นๆเลยว่าเป็น "ผู้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ" คุณได้รับความคิดสร้างสรรค์มาจากที่ไหน?? หรืออะไรที่ทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจคะ??
ผมได้รับแรงบันดาลใจจาก ผู้คนครับ และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมมีความสุขที่ได้พบปะผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ผมได้ทานอาหารและพูดคุยกับคนอื่นผมจะได้แรงบันดาลใจเยอะเลย บางครั้งที่ผมดูหนังหรืออ่านอะไรผมก็จะได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดหรือประโยคในนั้น อาจจะเก่าไปแล้วนะครับแต่ผมชอบภาพยนตร์เรื่อง <Midnight in Paris> ของ Woody Allen. 

[Mew's note : ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของพระเอกที่เดินทางไปเที่ยวกับครอบครัวของคู่หมั้นที่ฝรั่งเคส จู่ๆในตอนเที่ยงคืนของทุกๆวันเค้าก็พบว่าตัวเองย้อนเวลาไปที่ปารีสสมัย ปี 1982 ค่ะ ซึ่งก็เป็นเหตุให้คนสัมภาษณ์พูดประโยคต่อไปนี่แหละค่ะ  ]

Q:ฉันก็อยากจะย้อนเวลาไปในยุคทองของศิลปะและได้เจอกับศิลปินที่มีชื่อเสียงด้วยเหมือนกันค่ะ  


Q:ฉันคิดว่าคุณเป็นคนที่จะทุ่มเทและอินกับอะไรค่อนข้างลึกซึ้งเวลาที่คุณสนใจมันแล้วคุณก็จะหลงใหลอยู่กับมัน ในช่วงนี้คุณชอบอะไรเป็นพิเศษไม๊คะ??
ผมมักจะเสพติดอยู่กับสิ่งต่างๆอยู่เสมอแหละครับ เมื่อปีที่แล้วผมไปเล่นสเก็ตบอร์ดอยู่ทั้งปีเลย ผมคิดว่าในปีนี้ผมชอบอ่านการ์ตูนมากครับผมคิดว่าจะอ่านไปตลอดปีนี้เลย

Q:แล้วชอบการ์ตูนแบบไหนคะ?? การ์ตูนผู้ชาย??หรือการ์ตูนยอดมนุษย์แบบของมาร์แวลคะ??
ผมชอบการ์ตูนเรื่องยาวอย่าง<One piece> ผมชอบอ่านเรื่องที่กลายเป็นผลงานคลาสลิกไปแล้วอย่าง <Slam dunk> ดังนั้นหลังๆนี่ผมเอามันมาอ่านอีกรอบครับ ผมคิดว่าจะไปซื้อเรื่อง Dragon Ball มาเก็บไว้ ผมชอบการ์ตูนรุ่นเก่าๆครับ

Q:งั้นถ้าให้เปรียบเทียบตัวเองกับตัวการ์ตูนคุณคิดว่าตัวเองเหมือนตัวการ์ตูนตัวไหนคะ??
ผมคงจะเปรียบตัวเองกับตัวการ์ตูนในการ์ตูนเรื่อง One piece ครับผมคิดว่าตัวเองเป็นเหมือน “Luffy” ที่ใช้ชีวิตแบบเป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่ในเวลาเดียวกัน อ่อๆๆๆ แฟนๆเคยบอกว่าผมดูเหมือน Whang Bo Rayong จากการ์ตูนเรื่อง<Audition>ด้วยฮะ

Q:รวมถึงวันนี้ก็ด้วยเราเห็นว่าคุณตั้งใจอย่างมากในตอนถ่ายแบบ ไม่มีอะไรให้ติได้เลย ฉันคิดว่าบางทีคุณน่าจะเริ่มลองงานด้านการแสดงดูไม๊คะ?? คุณอยากจะลองทำงานในสาขานั้นบ้างไม๊??
หากผมได้รับโอกาสผมก็อยากจะลองทำดูครับแต่ผมคงไม่มีความมั่นใจขนาดนั้น จากการดูหนังดูละครมาผมคิดว่าโทนเสียงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆสำหรับนักแสดงแต่ตัวผมเองมีโทนเสียงที่ค่อนข้างแหลมบาง ผมลองพูดบทในบางประโยคดูแต่มันก็จะรู้สึกแปลกๆ ที่ผมแสดงได้ดีใน MV เป็นเพราะมันไม่ค่อยมีบทพูดเท่าไหร่นะครับ (555)

Q: คุณสนใจในงานหลายๆสาขาเลยทีเดียว ดังนั้นคุณคงต้องมีงานที่ตัวเองอยากจะลองทำดูอยู่เหมือนกันใช่ไม๊คะ??
เป็นเพราะผมชอบเสื้อผ้าผมเลยอยากจะลองงานในวงการแฟชั่นดูครับ แต่ก็เหมือนกับตัวผมที่ทำงานในวงการเพลงมามากกว่า 10 ปี ในวงการแฟชั่นก็เช่นเดียวกันมีหลายคนที่ต่างก็ตั้งใจทำงานในสาขานั้นอยู่ ดังนั้นผมจึงต้องระมัดระวังในการพูดในเรื่องนี้ ผมแค่หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกเค้าและได้ลองทำงานในวงการแฟชั่น ทั้งหมดคือที่ผมสามารถพูดได้ในตอนนี้ครับ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวมากกว่า 

Q:ตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่คุยกันอย่างคึกคักที่เดียวเรื่องที่คุณจะต้องคิดรสชาติใหม่และออกแบบป้ายติดข้างขวดเครื่องดื่มวิตามินด้วยในครั้งนี้ นี่เป็นสิ่งท้าทายเรื่องใหม่สำหรับคุณรึเปล่าคะ???
เพราะผมชอบ วิตามินวอเตอร์มาก ผมจึงตอบรับทันทีเลยครับ ตอนที่ผมเดินทางไปที่นิวยอร์กเพื่อทำการมิกซ์เสียงเมื่อนานมาแล้ว ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมค้นพบน้ำวิตามินนี้ จนกลับมาที่เกาหลีเมื่อที่เกาหลีเริ่มมีขายผมก็เหมือนใช้ชีวิตอยู่กับมันเลยละครับ และที่ผมสนใจในตัวสินค้านี้เพราะมันไม่เหมือนกับงานโฆษณาเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่ผมเคยทำมาแล้ว มันเป็นสินค้าในแบบไลฟ์สไตล์มากกว่า และผมสามารถที่จะเป็นมากกว่านายแบบคือสามารถที่จะดีไซน์ป้ายยี่ห้อหรือแม้กระทั่งคิดค้นรสชาติใหม่ๆออกมา 

ในตอนแรกฟังๆดูอาจจะเป็นงานที่หนักดังนั้นผมจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากก็ได้ แต่เมื่อพวกเค้าบอกกับผมว่า โครงการในครั้งนี้มีชื่อว่า  ‘เป็นอย่าง Glaceau’ ผมจึงถามเค้าไปว่า " เป็นแบบ Glaceau นี่คือเป็นยังไงครับ??" และพวกเค้าก็ให้คำตอบมาว่า "ก็เป็นแบบจีดราก้อนนั่นแหละ" เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วผมคิดว่าผมคงต้องทำแล้วละ 




Q:งั้นแล้วการเป็นแบบจีดราก้อนนี้เป็นยังไงกันคะ?? อะไรที่จีดราก้อนสามารถแสดงออกมาได้คนเดียวเท่านั้น??
พูดตามตรงนะครับ ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรที่มีเฉพาะผมที่จะแสดงออกมาได้คนเดียวเท่านั้นหรอกครับ แต่ผมมีอะไรบางอย่างที่อยากจะแสดงออกไปตั้งหาก ในตอนที่ผมทำงานกับทาง Glaceau Vitamin water ผมได้รู้มาว่า สโลแกนของพวกเค้าคือ "สากลรอบโลก มีเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยสไตล์ ทันสมัย และ สร้างสรรค์ "  ซึ่งคำเหล่านี้มันเป็นคำที่ผู้คนจะได้จากผม แค่เท่านี้ผมต้องการจะแสดงออกด้านดีๆของผมออกสู่ผู้คน ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมอยากจะให้ผู้คนพูดกันว่า " อ่อ นี่จีดราก้อนนี่ ฉันมั่นใจในตัวเค้านะ"

Q:เหมือนกับที่คุณมักจะพูดว่า " ผมอยากจะทำเพลงที่สามารถให้พลังดีๆออกมาได้" แบบนั้นใช่ไม๊คะ ว่าแต่ที่บอกว่า "พลังงานดีๆ" นี่หมายถึงยังไงคะ??
อืมม … อธิบายค่อนข้างลำบากนะครับ พลังงานดีๆของผมมันไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นพลังในด้านบวกหรือสดใส คือ รู้ไม๊ฮะ มันเป็นช่วงเวลาที่คุณตั้งใจมุ่งสมาธิลงไปเวลาที่ทำงานในออฟฟิศหรือในสตูดิโอก็ตามแต่ ด้วยความรู้สึกแบบนั้นหากคุณทำงาน เขียนเพลงหรืออัดเสียงด้วยความรู้สึกนั้น ผลงานที่ออกมานั้นก็จะเป็นที่น่าพอใจ เป็นเพลงที่ผมทำออกมาและมันจะให้พลังทุกครั้งที่ผมได้ยินมัน และนั่นคือเพลงที่ผมพูดถึงแหละครับ "เพลงที่สามารถให้พลังดีๆออกมาได้"

Q:ดังนั้นน่าจะหมายถึง ช่วงเวลาที่คุณทุ่มแรงบันดาลใจและพลังงานทั้งหมดลงไป หรือเปล่าคะ??
ครับ สำหรับผมมันเป็นแหล่งพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย ดังนั้นเมื่อคนมาฟังมัน ไม่ว่าจะมีความคิดด้านบวกหรือลบ ผมเชื่อว่ามันก็ย่อมจะมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในตัวพวกเค้าแล้ว เมื่อคุณตั้งสมาธิไปที่สิ่งนั้นๆหรือตั้งสมาธิในการที่จะทำอะไรบางอย่างโดยมุ่งพลังงานเหล่านั้นไปที่คนที่จะได้ฟัง อะไรบางอย่างที่คุณทำนั้นมันจะสามารถตรงเข้าไปกระทบความตั้งใจของอีกฝ่ายได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าไอ้เจ้าพลังงานตัวนี้แหละเป็นสิ่งที่สำคัญในขณะที่ทำเพลง คนที่เขียนเพลงออกมาแล้วโด่งดังมักจะบอกว่าเพลงฮิตหนะใช้เวลาเขียนเพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น และผมคิดว่าที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพลังงานที่ว่าแหละครับ

Q:คุณโชว์ความสามารถในฐานะโปรดิวเซอร์ได้อย่างเยี่ยมยอด มีภาพรวมวงในแบบใหม่ๆที่คุณอยากจะสร้างเก็บเอาไว้ในใจบ้างรึเปล่าคะ??

ผมก็ยังไม่แน่ใจในเรื่องนั้นนะครับ ผมยังทำงานในด้านการโปรดิวเพลงอยู่เลยดังนั้นการที่จะออกไปเปิดบริษัทใหม่และปั้นศิลปินหน้าใหม่ดูจะเป็นอนาคตที่ห่างไกลในตอนนี้  ผมยังคงยุ่งกับบิกแบงยุ่งกับตัวเองอยู่เลยครับ ผมคงจะเป็นโปรดิวเซอร์หลังจากนี้ในตอนที่ผมมีเวลา ตอนนี้ผมกำลังเรียนรู้และยังคงมีความสุขสนุกกับการที่ได้อยู่บนเวทีร้องเพลงที่ผมเขียนขึ้นมาอยู่ครับ 




Q:ฉันคิดว่าเรื่องของเสียงเพลงนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คุณอยากจะทำมันต่อให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆด้วยเมืื่อคุณฟังมากขึ้นและทำเพลงออกมามากขึ้น แน่นอนว่าก็เหมือนกับศิลปะในทุกๆแขนงยิ่งทำก็ยิ่งเก่งขึ้น คุณอาจจะบอกว่าเพลงที่จีดราก้อนทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เพลงฮิบฮอบ แต่ฉันก็สงสัยนะคะว่ามีแนวเพลงในแบบอื่นอีกไม๊??ที่คุณอยากจะทำมันให้เก่งขึ้นมา 
 ผมอยากจะทำเพลงในแบบฮิบฮอบให้ดีขึ้นครับ แน่นอนว่าผมชอบค้นคว้าหาเพลงในแบบใหม่ๆเหมือนกันแต่การไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆนั้นก็เพื่อมาหลอมเป็นเพลงฮิบฮอบในตอนท้ายอยู่ดี จู่ๆผมจะไม่ไปบอกว่าผมจะลงมือทำเพลงร็อค heavy metal  แต่ผมอยากจะผสมดนตรีในแบบอื่นๆกับความเป็นฮิบฮอบ ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่ผมจะต้องเรียนรู้ในดนตรีฮิบฮอบ และนี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเก่งขึ้นอยากจะทำให้ดีขึ้นตลอดมาครับ

Q:มีสื่อต่างประเทศและทีมงานชาวต่างชาติมักจะกล่าวชื่นชมคุณว่า " GD เป็นส่วนผสมของ Michael Jackson และ Lady Gaga” หรือ “GD เป็น Kanye Westฉบับชาวเกาหลี” เวลาที่คุณได้ยินอะไรแบบนี้ฉันคิดว่าคุณคงรู้สึกภูมิใจในขณะเดียวกันก็คงรู้สึกกดดันด้วยใช่ไม๊คะ?
อ่าา , เป็นความกดดันอย่างหนักเลยครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำชมที่พูดเกินไปครับแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกชอบเหมือนกัน คือผมชอบที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนที่อยู่ในระดับที่อยู่เหนือกว่าผมมากๆ แต่สิ่งที่ผมจะต้องทำต่อไปไม่ใช่การฟังว่า จีดราก้อนเหมือนกับคนนั้นคนนี้ แต่ผมจะต้องทำงานให้หนักขึ้นอีกเพื่อที่ว่าจะได้รับคำชมจากศิลปินหน้าใหม่ เวลาที่เค้าพูดชมกันว่า นายเหมือนจีดราก้อนคนที่สองเลยนะ แบบนี้มากกว่า ผมคิดว่าผมจะสามารถเป็นแบบนั้นได้หากผมเรียนรู้มากขึ้นและฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ครับ

Q:พอๆกับที่แฟนๆสนใจในอัลบั้มเดี่ยวของจีดราก้อน พวกเค้าต่างก็รอคอยการกลับมาของบิกแบงด้วย คุณวางแผนว่าจะคัมแบคเมื่อไหร่คะ??
การคัมแบคของบิกแบงขึ้นอยู่กับผมเท่านั้นแหละครับ (55555) เป็นเพราะผมต้องรวบรวมสิ่งที่อยู่ในตัวของผมและเริ่มเขียนเพลง (5555) ดังนั้นผมค่อนข้างปวดหัวอยู่นะครับ แต่ว่า บิกแบงจะมีทัวร์คอนเสริต์ที่โดมในประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน เราจะมีคอนเสริต์รวมใน 6 โดมและผมได้ยินมาว่าเราเป็นศิลปินจากเกาหลีวงแรกที่ทำแบบนี้ได้ 

เราเดินทางไปที่ญี่ปุ่นบ่อยๆเพราะเราได้รับปฏิกริยาตอบรับที่ดีจากพวกเค้า แต่ผมรู้สึกว่าเราควรจะต้องทำงานตั้งใจอย่างหนักเพื่อแฟนๆชาวเกาหลีของเราด้วย นี่ก็เป็นปีที่ 7 แล้วตั้งแต่เราเดบิวมา แต่เรามีแค่ 2 อัลบั้มเต็มออกมาเท่านั้น นอกนั้นเกือบทั้งหมดเป็นมินิอัลบั้มหรือเป็นซิงเกิลทั้งนั้นเลยฮะ  



Q: ฉันได้ยินมาว่าคุณใช้เวลาอยู่ที่บริษัทมากเลยทีเดียว และที่นั่นพวกหนุ่มๆชอบพูดคุยกันมากเลยเหรอคะ?? ที่ถามขึ้นมาเป็นเพราะฉันเป็นคนอยากรู้เองแหละ ว่าหนุ่มๆอย่างพวกคุณคุยเรื่องอะไรกัน??เอ?? มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?? แล้วพวกผู้หญิงคุยเรื่องอะไรกันละฮะ??

Q:อืมมม คุยเรื่องผู้ชาย เสื้อผ้า เรื่องทรงผมแบบนี้มั้งคะ ?
พวกเราก็เหมือนกันครับ

Q:แต่พวกหนุ่มๆไม่ค่อยคุยกันเรื่องนี้นี่คะ??
พวกเราต่างมีความชอบคล้ายๆกัน และเป็นเพราะพวกเราใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมกันเราเลยชอบอะไรคล้ายๆกัน เช่น ชอบอาหารเหมือนๆกัน ชอบผู้หญิงเหมือนๆกัน ชอบเพลงและวัฒนธรมที่คล้ายๆกัน ดังนั้นเราจะคุยกันเรื่องผู้หญิงเยอะมากและพูดคุยกันเรื่องดนตรี ชีวิต และซี่รีย์จากอเมริกาที่ผมพึ่งดูไปเมื่อคืน

Q:โอ้วว คุณกันเรื่องผู้หญิงที่ชอบเหรอคะ?? งั้นฉันถามได้ไม๊??ว่าคุณชอบผู้หญิงแบบไหน?? พนันได้เลยว่าต้องมีคนอยากรู้เรื่องนี้มากแน่ๆ
อาจจะฟังคลุมเครือหน่อยนะครับแต่ผมชอบผู้หญิงที่มีเซนต์ที่ดี อย่างที่คุณคิดแหละครับมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากหน่อย ไม่ว่าจะใส่ชุดอะไร ก็ต้องมีเซนที่ดีในการแต่งตัว เวลาที่จะพูดอะไรก็จะต้องมีเซนที่ดีในเรื่องที่พูด ก็เหมือนกับผู้หญิงที่ดูทันสมัยมั้งครับ พวกเธอรู้จักดูแลตัวเองและเป็นมิตรกับผู้อื่น ผมคิดว่าพวกเธอดูฉลาดกันด้วย 

Q:แล้วก็ต้องสวยน่ารัก?
ก็ยิ่งดีสิครับ

source: http://cosmopolitan.joinsmsn.com/article/RetArticleView.asp?strArtclCd=A000001206&strMCateCd=ADAB
English Translation by DANA a.k.a BigbangisVIP
Thai Translation by me a.k.a miss mew 

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

E-Mail จาก Official Fanclub Japan ถึง V.I.P

แฟนๆเป็นต้นเหตุของปัญหาที่นาโกย่า จดหมายนี้ถึงแฟนๆของบิกแบงทุกคน 
(โปรดอ่าน พิจารณา และ ทำตัวให้เหมาะสมด้วยค่ะ และโปรดแชร์จดหมายนี้ออกไปด้วยค่ะ) 

===============

ในวันนี้เวลาตีหนึ่ง (วันที่ 1 มิถุนายนเข้าวันที่ 2 น้องจีมีคอนที่นาโกย่าตั้งแต่วันที่ 1)
ฉันได้รับอีเมล์จาก VIP ที่ญี่ปุ่น
เนื้อความในจดหมายบ่งบอกทุกอย่างที่ไม่ใช่ความสุขและความรื่นเริงเลย
ฉันคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับจดหมายร้องเรียนที่ยาวขนาดนี้จากกลุ่มแฟนคลับ
ฉันตัดสินใจโพสเรื่องนี้เพราะเชื่อว่าถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานที่นาโกย่าแต่มันก็เป็นเรื่องร้ายแรง
เมื่อคุณอ่านแล้วจะเข้าใจว่ามันง่ายมากเลยที่จะก็อปปี้เหตุการณ์ทั้งหมดแล้วเปลี่ยนชื่อประเทศไปเรื่อยๆเพราะเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทุกที่ พวกแฟนๆที่บ้าคลั่งเกิดเหตุมีอยู่ทุกที่ 

เหตุการณ์แบบนี้ควรที่จะต้องยุติลงซักที
โปรดฟังคำเตือนนี้จาก YGEX อย่างเอาจริงเอาจังนะคะและอย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ
และนี่คือ คำแปลของจดหมายที่ฉันได้รับมาค่ะ



==============

ถึงแฟนๆทุกคน 

ขอบคุณแรงสนับสนุนที่ทุกคนมีให้บิกแบงเสมอมาครับ 
ในวันที่ 1 มิถุนายน จีดราก้อนได้จัดคอนเสริต์ขึ้นที่นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 
ยังไงก็ดี ผมเสียใจที่จะต้องบอกว่ามีเรื่องที่ไม่น่าพอใจบางอย่างเกิดขึ้นครับ 
มีแฟนๆกลุ่มใหญ่ได้ตามสมาชิกในวงไปถึงที่โรงแรม 
และบางส่วนได้เข้าไปในตัวอาคารและได้รออยู่ที่โรงแรมนั่นเพื่อรอสมาชิกในวง 
เราอยากจะเชื่อว่าการกระทำเหล่านั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะพวกคุณต้องการพบสมาชิกในวง
แม้จะได้พบแค่เสี้ยวกระพริบตาก็ตาม

พฤติกรรมแบบนั้นนำไปสู่ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มากกับกิจกรรมต่างๆของบิกแบงที่ญี่ปุ่นนะครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้สร้างความรำคาญและทำให้แขกคนอื่นๆของโรงแรมโมโหอย่างรุนแรง
ทางเราถึงกับได้รับการแจ้งเตือนจากทางตำรวจ

เมื่อวานนี้ บิกแบงได้ประกาศทัวร์คอนเสริต์ 6 โดมที่ญี่ปุ่นออกมา 
หากเหตุการณ์แบบเมื่อวานยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมต่างๆของบิกแบงที่ญี่ปุ่นคงเข้าขั้นวิกฤต
พวกเราคงไม่สามารถหาโรงแรมที่พักให้กับสมาชิกได้ 
และอาจจะไม่สามารถที่จะเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนได้อีก .
เพื่อบิกแบงจะสามารถทำงานของพวกเค้าที่ญี่ปุ่นต่อไปได้ในอนาคต
ได้โปรดให้คำมั่นสัญญาได้ไม๊ครับว่าพวกคุณจะไม่ทำแบบนี้อีก 

สุดท้ายนี้ สำหรับแฟนๆที่มีความสุขและสนับสนุนบิกแบงตามกฏและอยู่ในระเบียบมารยาทอันดี 
เราตระหนักว่าการต้องมาอ่านจดหมายแบบนี้คงทำให้พวกคุณรู้สึกอึดอัด 
แต่เราต้องการอยากให้ทุกคนรู้ว่ามีเหตุการณ์อย่างที่กล่าวมานี้เกิดขึ้น 
ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะส่งจดหมายมายังสมาชิกVIP แฟนคลับอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นทุกคน
เราหวังว่าทุกคนจะเข้าใจด้วยนะครับ 
เรายังคงคาดหวังแรงสนับสนุนของพวกคุณที่มีต่อบิกแบงต่อไปในอนาคตนะครับ 

จากแฟนคลับอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่น
BIGBANG Official Fanclub VIP JAPAN
2013.6.2
(ฝ่ายการตลาดบริษัท Avex )

==================

(นี่เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นที่ทีมงานส่งมาค่ะ )

いつもBIGBANGを応援していただき、ありがとうございます。
6/1(土)G-DRAGONの名古屋公演がありました。
そこで非常に残念な事がありました。
メンバーが宿泊しているホテルにまで追っかけをする方やホテルの敷地内で待機している方が大勢いました。
ファンのみなさんは、一目でもメンバーに会いたいという思いでこのような行為をされているのだと思いますが、
この行為はBIGBANGが日本で活動する上での完全な迷惑行為にあたります。
事実、宿泊先、一般のお客様に多大なるご迷惑を掛けてしまい、警察からも指導を受けました。
昨日、BIGBANG 6大ドームツアー開催の発表をさせていただきましたが、この状況が続きますと、
今後BIGBANGが日本で活動することが困難となります。
宿泊を許可していただけるホテルがなくなります。
また、一般の交通機関までも使用出来なくなります。
決してファンのみなさんが、そのような事を望んでいるとは思いませんし、
メンバーをはじめBIGBANGに関わるスタッフ一同、誰も望んでいる事ではありません。
今後もBIGBANGが日本で活動していくにあたり、このような迷惑行為は決して行わない事を約束して下さい。
最後に、きちんとマナーを守って応援していただいているファンの方はこのメールを読み、
非常に不快な思いをされている事と思いますが、
今後このような迷惑行為が起きてはならないという事を、みなさまに知っていただきたく
全てのVIP JAPANのみなさまへメールをさせていただいた事をどうかご理解いただければと思います。
今後ともBIGBANGへの熱い応援をよろしくお願いいたします。
2013.6.2
★★★★★★★★★★★★
BIGBANG Official Fanclub VIP JAPAN
http://fc.avex.jp/vip/
*こちらのメールは配信専用となっております。
————————
□配信元:avex marketing Inc.

==================

ฉันเชื่อว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบกลุ่มคนที่นาโกย่าเมื่อวานเชื่อว่าพวกเค้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนร้ายแรงใดๆ 

"ฉันแค่ไปที่นั่น ไม่ได้ทำอะไรเลย จะไปรอดูพวกเค้านิดเดียวเท่านั้น ฉันต้องอดทนรอเป็นเวลายาวนานเพียงเพื่อจะขอแค่ดูพวกเค้าเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ"
ปัญหามันอยู่ที่ว่า จะเป็นยังไงละคะ?? ถ้ามีคนคิดแบบนี้ เป็นสิบเป็นร้อยคน คนที่คิดว่าจะแค่ไปยืนเฉยๆรอดูที่โรงแรมนี่แหละ ความคิดส่วนตัวที่ทุกคนคิดเหมือนกันก็นำไปสู่กลุ่มคนขนาดใหญ่และเกิดปัญหาขึ้นมาได้

อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ คุณกำลังบังคับผลักดันศิลปินที่คุณรักให้เค้าไปยืนอยู่ปากหลุมแห่งความโมโหหงุดหงิด เดือดดาลและรู้สึกผิดหวัง 
และอย่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทีมงานและแม้แต่ตัวสมาชิกในวงเองอาจจะต้องไปก้มหัวขอโทษกลุ่มคนที่จะกำลังโมโหและกลุ่มคนที่มีอำนาจหน้าที่จัดการในเรื่องนี้ 
กิจกรรมการทำงานของพวกเค้าอาจจะต้องชะลอไว้หรือแม้แต่พวกเค้าเองก็อาจจะหมดแรงจูงใจที่จะทำต่อไป

การบีบคั้นคนคนนึงให้ออกจากสิ่งที่เค้ารักมันไม่ต่างกับการฆาตกรรม 
อย่าฆ่าศิลปินที่คุณรักโดยการตัดโอกาสการแสดงบนเวทีที่เค้าจะมีเพื่อคุณ
เพียงเพราะคุณรู้สึกว่าอยากจะเข้าใกล้ชีวิตส่วนตัวของเค้าเลย

ฉันรู้สึกอับอายที่จะต้องมาเป็นคนรับเมล์จดหมายในลักษณะนี้ 
ฉันไม่ได้รู้สึกผิดใดๆเพราะตัวฉันเองไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น
แต่ก็ยังรู้สึกว่าจะต้องออกโรงปกป้องตัวเองเหมือนกัน 
คนที่ฉันไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาไม่รู้จักชื่อบังคับให้ฉันต้องเข้ามาร่วมในสถานการณ์ที่ทำให้ฉันโกรธและเศร้านี้
ฉันไม่อยากจะใช้คำว่า "แฟน"กับคนที่ทำลายความฝันและความสุขของคนอื่น 
ฉันปฏิเสธที่จะเรียกพวกเค้าว่า แฟนเพลง

ช่วยฉันส่งต่อเรื่องนี้ไปทั่วโลกด้วยเถอะนะคะ ช่วยกันแสดงความรับผิดชอบกันหน่อยได้ไม๊คะ??

PS.:กรุณาเข้าใจด้วยว่าเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น และจดหมายนี้ก็ส่งให้กับสมาชิกแฟนคลับอย่างเป็นทางการชาวญี่ปุ่น แต่คนที่สร้างเรื่องครั้งนี้ ไม่ได้มีแต่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ
มีคนหลากหลายเชื้อชาติเกี่ยวข้อง ดังนั้นโปรดระลึกไว้ด้วยว่า 

"ตัดสินคนที่มีพฤติกรรมไม่ดีเหล่านั้นด้วยพฤติกรรมแย่ๆของเค้า อย่าไปตัดสินที่เชื้อชาตินะคะ"

========

source: http://whatcatchesmyeyes.wordpress.com/2013/06/02/trouble-in-nagoya-to-all-bigbang-fans-read-take-notes-and-behave-good/
Thai Translation by mew 

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ น้องแดที่โบสถ์ เมื่อเร็วๆนี้


Q. คุณถือว่าเป็นลูกแบบไหนของคุณแม่ครับ??
A. ผมเป็นลูกชายที่สร้างปัญหาครับ ผมไม่ได้เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่และผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนอย่างหนักครัับ

Q. แล้วคุณแม่ดุด่าว่ากล่าวยังไงครับ??
A. โดนตีเลยละครับ ผมเคยโดนตีมามากเลย

Q.ทำไมคุณถึงไม่ได้กลายเป็นเด็กอัธพาลเดินออกนอกลู่ไปนอกทางละครับ??
A. ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมกลายเป็นอัธพาลกระดูกผมต้องด้วยบิดม้วนแน่ๆ (เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องตีผมมากกว่าเดิมแน่) ผมไม่สามารถที่จะไปเที่ยวตามเกมเซ็นเตอร์หรือไปร้านอินเตอร์เนทได้แบบเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ของผมก็ไม่ยอมให้ผมทำเพลงด้วยเช่นกัน ในเวลานั้นผมโดยต่อว่า ตำหนิมากเลยครับจนเหมือนกับว่าผมไม่ใช่ลูกชายของบ้านนี้เลยด้วยซ้ำ

Q. ตอนนี้คุณประสบความสำเร็จแล้ว ยังคงเป็นตัวปัญหาอยู่รึเปล่าครับ??
A. คุณแม่ไม่ได้มองในแง่ของสังคมครับแต่มองในแง่ของศาสนา

Q. ลูกแบบไหนที่คุณอยากจะเป็นครับ??
A. ลูกชายที่สามารถมอบแรงศรัทธาให้กับคุณแม่ได้เสมอ และสามารถภูมิใจในทุกๆด้านของตัวเอง พี่สาวของผมตั้งใจเรียนอย่างหนักและทำดีกับคุณพ่อคุณแม่ในขณะที่ผมไม่ได้ทำแบบนั้น แต่ผมคิดว่าการที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุขก็เป็นหนทางนึงที่ถือว่าเป็นการทำดีให้แก่พวกท่านครับ

Q. ปีนี้ถือว่าคืออะไรสำหรับคุณครับ??
A. ปีนี้เป็นปีที่ผมทำอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรก เป็นอัลบั้มของทางญี่ปุ่นดังนั้นผมจึงทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ผมกังวลอย่างมากทีเดียวครับแต่คอนเสริต์ที่จัดขึ้นก็เป็นไปได้ด้วยดี จริงๆจะมีเพียง 4 รอบเท่านั้นแต่ก็มีการเพิ่มเข้ามาอีกถึง 21 รอบ หลังจากที่ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ผมก็จะทำงานในส่วนของคอนเสริต์ทีเดียว 2 เดือนเลย 

บิกแบงกำลังแยกย้ายทำงานในส่วนของตัวเองครับแต่เราจะมีทัวร์คอนเสริต์กันอีกครั้งด้วยอัลบั้มใหม่ตลอด1ปีเต็มๆ หลังจากหมดสิ้นปีนี้ไป
การที่ต้องไปอยู่ที่ประเทศอื่นเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ ผมรู้สึกเครียด ทั้งต้องเตรียมการเรื่องอัลบั้มเดี่ยวและคอนเสริต์ เครียดจนผมอยากจะหยุดงานทุกงานและหนีไปเลย แต่ทุกอย่างตอนนี้เป็นไปได้ด้วยดีผมรู้สึกขอบคุณในทุกๆอย่างและใช้ชีวิตอยู่อย่างดีครับ มีหลายคนบอกว่าผมดูเหนื่อยๆแต่ผมสบายดีครับ

Eng translated by @ShrimpLJY /twitter
Thai Tranlated by miss mew 
Photo credit on picture