วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

E-Mail จาก Official Fanclub Japan ถึง V.I.P

แฟนๆเป็นต้นเหตุของปัญหาที่นาโกย่า จดหมายนี้ถึงแฟนๆของบิกแบงทุกคน 
(โปรดอ่าน พิจารณา และ ทำตัวให้เหมาะสมด้วยค่ะ และโปรดแชร์จดหมายนี้ออกไปด้วยค่ะ) 

===============

ในวันนี้เวลาตีหนึ่ง (วันที่ 1 มิถุนายนเข้าวันที่ 2 น้องจีมีคอนที่นาโกย่าตั้งแต่วันที่ 1)
ฉันได้รับอีเมล์จาก VIP ที่ญี่ปุ่น
เนื้อความในจดหมายบ่งบอกทุกอย่างที่ไม่ใช่ความสุขและความรื่นเริงเลย
ฉันคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับจดหมายร้องเรียนที่ยาวขนาดนี้จากกลุ่มแฟนคลับ
ฉันตัดสินใจโพสเรื่องนี้เพราะเชื่อว่าถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานที่นาโกย่าแต่มันก็เป็นเรื่องร้ายแรง
เมื่อคุณอ่านแล้วจะเข้าใจว่ามันง่ายมากเลยที่จะก็อปปี้เหตุการณ์ทั้งหมดแล้วเปลี่ยนชื่อประเทศไปเรื่อยๆเพราะเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทุกที่ พวกแฟนๆที่บ้าคลั่งเกิดเหตุมีอยู่ทุกที่ 

เหตุการณ์แบบนี้ควรที่จะต้องยุติลงซักที
โปรดฟังคำเตือนนี้จาก YGEX อย่างเอาจริงเอาจังนะคะและอย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ
และนี่คือ คำแปลของจดหมายที่ฉันได้รับมาค่ะ



==============

ถึงแฟนๆทุกคน 

ขอบคุณแรงสนับสนุนที่ทุกคนมีให้บิกแบงเสมอมาครับ 
ในวันที่ 1 มิถุนายน จีดราก้อนได้จัดคอนเสริต์ขึ้นที่นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 
ยังไงก็ดี ผมเสียใจที่จะต้องบอกว่ามีเรื่องที่ไม่น่าพอใจบางอย่างเกิดขึ้นครับ 
มีแฟนๆกลุ่มใหญ่ได้ตามสมาชิกในวงไปถึงที่โรงแรม 
และบางส่วนได้เข้าไปในตัวอาคารและได้รออยู่ที่โรงแรมนั่นเพื่อรอสมาชิกในวง 
เราอยากจะเชื่อว่าการกระทำเหล่านั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะพวกคุณต้องการพบสมาชิกในวง
แม้จะได้พบแค่เสี้ยวกระพริบตาก็ตาม

พฤติกรรมแบบนั้นนำไปสู่ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มากกับกิจกรรมต่างๆของบิกแบงที่ญี่ปุ่นนะครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้สร้างความรำคาญและทำให้แขกคนอื่นๆของโรงแรมโมโหอย่างรุนแรง
ทางเราถึงกับได้รับการแจ้งเตือนจากทางตำรวจ

เมื่อวานนี้ บิกแบงได้ประกาศทัวร์คอนเสริต์ 6 โดมที่ญี่ปุ่นออกมา 
หากเหตุการณ์แบบเมื่อวานยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมต่างๆของบิกแบงที่ญี่ปุ่นคงเข้าขั้นวิกฤต
พวกเราคงไม่สามารถหาโรงแรมที่พักให้กับสมาชิกได้ 
และอาจจะไม่สามารถที่จะเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนได้อีก .
เพื่อบิกแบงจะสามารถทำงานของพวกเค้าที่ญี่ปุ่นต่อไปได้ในอนาคต
ได้โปรดให้คำมั่นสัญญาได้ไม๊ครับว่าพวกคุณจะไม่ทำแบบนี้อีก 

สุดท้ายนี้ สำหรับแฟนๆที่มีความสุขและสนับสนุนบิกแบงตามกฏและอยู่ในระเบียบมารยาทอันดี 
เราตระหนักว่าการต้องมาอ่านจดหมายแบบนี้คงทำให้พวกคุณรู้สึกอึดอัด 
แต่เราต้องการอยากให้ทุกคนรู้ว่ามีเหตุการณ์อย่างที่กล่าวมานี้เกิดขึ้น 
ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะส่งจดหมายมายังสมาชิกVIP แฟนคลับอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นทุกคน
เราหวังว่าทุกคนจะเข้าใจด้วยนะครับ 
เรายังคงคาดหวังแรงสนับสนุนของพวกคุณที่มีต่อบิกแบงต่อไปในอนาคตนะครับ 

จากแฟนคลับอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่น
BIGBANG Official Fanclub VIP JAPAN
2013.6.2
(ฝ่ายการตลาดบริษัท Avex )

==================

(นี่เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นที่ทีมงานส่งมาค่ะ )

いつもBIGBANGを応援していただき、ありがとうございます。
6/1(土)G-DRAGONの名古屋公演がありました。
そこで非常に残念な事がありました。
メンバーが宿泊しているホテルにまで追っかけをする方やホテルの敷地内で待機している方が大勢いました。
ファンのみなさんは、一目でもメンバーに会いたいという思いでこのような行為をされているのだと思いますが、
この行為はBIGBANGが日本で活動する上での完全な迷惑行為にあたります。
事実、宿泊先、一般のお客様に多大なるご迷惑を掛けてしまい、警察からも指導を受けました。
昨日、BIGBANG 6大ドームツアー開催の発表をさせていただきましたが、この状況が続きますと、
今後BIGBANGが日本で活動することが困難となります。
宿泊を許可していただけるホテルがなくなります。
また、一般の交通機関までも使用出来なくなります。
決してファンのみなさんが、そのような事を望んでいるとは思いませんし、
メンバーをはじめBIGBANGに関わるスタッフ一同、誰も望んでいる事ではありません。
今後もBIGBANGが日本で活動していくにあたり、このような迷惑行為は決して行わない事を約束して下さい。
最後に、きちんとマナーを守って応援していただいているファンの方はこのメールを読み、
非常に不快な思いをされている事と思いますが、
今後このような迷惑行為が起きてはならないという事を、みなさまに知っていただきたく
全てのVIP JAPANのみなさまへメールをさせていただいた事をどうかご理解いただければと思います。
今後ともBIGBANGへの熱い応援をよろしくお願いいたします。
2013.6.2
★★★★★★★★★★★★
BIGBANG Official Fanclub VIP JAPAN
http://fc.avex.jp/vip/
*こちらのメールは配信専用となっております。
————————
□配信元:avex marketing Inc.

==================

ฉันเชื่อว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบกลุ่มคนที่นาโกย่าเมื่อวานเชื่อว่าพวกเค้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนร้ายแรงใดๆ 

"ฉันแค่ไปที่นั่น ไม่ได้ทำอะไรเลย จะไปรอดูพวกเค้านิดเดียวเท่านั้น ฉันต้องอดทนรอเป็นเวลายาวนานเพียงเพื่อจะขอแค่ดูพวกเค้าเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ"
ปัญหามันอยู่ที่ว่า จะเป็นยังไงละคะ?? ถ้ามีคนคิดแบบนี้ เป็นสิบเป็นร้อยคน คนที่คิดว่าจะแค่ไปยืนเฉยๆรอดูที่โรงแรมนี่แหละ ความคิดส่วนตัวที่ทุกคนคิดเหมือนกันก็นำไปสู่กลุ่มคนขนาดใหญ่และเกิดปัญหาขึ้นมาได้

อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ คุณกำลังบังคับผลักดันศิลปินที่คุณรักให้เค้าไปยืนอยู่ปากหลุมแห่งความโมโหหงุดหงิด เดือดดาลและรู้สึกผิดหวัง 
และอย่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทีมงานและแม้แต่ตัวสมาชิกในวงเองอาจจะต้องไปก้มหัวขอโทษกลุ่มคนที่จะกำลังโมโหและกลุ่มคนที่มีอำนาจหน้าที่จัดการในเรื่องนี้ 
กิจกรรมการทำงานของพวกเค้าอาจจะต้องชะลอไว้หรือแม้แต่พวกเค้าเองก็อาจจะหมดแรงจูงใจที่จะทำต่อไป

การบีบคั้นคนคนนึงให้ออกจากสิ่งที่เค้ารักมันไม่ต่างกับการฆาตกรรม 
อย่าฆ่าศิลปินที่คุณรักโดยการตัดโอกาสการแสดงบนเวทีที่เค้าจะมีเพื่อคุณ
เพียงเพราะคุณรู้สึกว่าอยากจะเข้าใกล้ชีวิตส่วนตัวของเค้าเลย

ฉันรู้สึกอับอายที่จะต้องมาเป็นคนรับเมล์จดหมายในลักษณะนี้ 
ฉันไม่ได้รู้สึกผิดใดๆเพราะตัวฉันเองไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น
แต่ก็ยังรู้สึกว่าจะต้องออกโรงปกป้องตัวเองเหมือนกัน 
คนที่ฉันไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาไม่รู้จักชื่อบังคับให้ฉันต้องเข้ามาร่วมในสถานการณ์ที่ทำให้ฉันโกรธและเศร้านี้
ฉันไม่อยากจะใช้คำว่า "แฟน"กับคนที่ทำลายความฝันและความสุขของคนอื่น 
ฉันปฏิเสธที่จะเรียกพวกเค้าว่า แฟนเพลง

ช่วยฉันส่งต่อเรื่องนี้ไปทั่วโลกด้วยเถอะนะคะ ช่วยกันแสดงความรับผิดชอบกันหน่อยได้ไม๊คะ??

PS.:กรุณาเข้าใจด้วยว่าเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น และจดหมายนี้ก็ส่งให้กับสมาชิกแฟนคลับอย่างเป็นทางการชาวญี่ปุ่น แต่คนที่สร้างเรื่องครั้งนี้ ไม่ได้มีแต่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ
มีคนหลากหลายเชื้อชาติเกี่ยวข้อง ดังนั้นโปรดระลึกไว้ด้วยว่า 

"ตัดสินคนที่มีพฤติกรรมไม่ดีเหล่านั้นด้วยพฤติกรรมแย่ๆของเค้า อย่าไปตัดสินที่เชื้อชาตินะคะ"

========

source: http://whatcatchesmyeyes.wordpress.com/2013/06/02/trouble-in-nagoya-to-all-bigbang-fans-read-take-notes-and-behave-good/
Thai Translation by mew 

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ น้องแดที่โบสถ์ เมื่อเร็วๆนี้


Q. คุณถือว่าเป็นลูกแบบไหนของคุณแม่ครับ??
A. ผมเป็นลูกชายที่สร้างปัญหาครับ ผมไม่ได้เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่และผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนอย่างหนักครัับ

Q. แล้วคุณแม่ดุด่าว่ากล่าวยังไงครับ??
A. โดนตีเลยละครับ ผมเคยโดนตีมามากเลย

Q.ทำไมคุณถึงไม่ได้กลายเป็นเด็กอัธพาลเดินออกนอกลู่ไปนอกทางละครับ??
A. ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมกลายเป็นอัธพาลกระดูกผมต้องด้วยบิดม้วนแน่ๆ (เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องตีผมมากกว่าเดิมแน่) ผมไม่สามารถที่จะไปเที่ยวตามเกมเซ็นเตอร์หรือไปร้านอินเตอร์เนทได้แบบเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ของผมก็ไม่ยอมให้ผมทำเพลงด้วยเช่นกัน ในเวลานั้นผมโดยต่อว่า ตำหนิมากเลยครับจนเหมือนกับว่าผมไม่ใช่ลูกชายของบ้านนี้เลยด้วยซ้ำ

Q. ตอนนี้คุณประสบความสำเร็จแล้ว ยังคงเป็นตัวปัญหาอยู่รึเปล่าครับ??
A. คุณแม่ไม่ได้มองในแง่ของสังคมครับแต่มองในแง่ของศาสนา

Q. ลูกแบบไหนที่คุณอยากจะเป็นครับ??
A. ลูกชายที่สามารถมอบแรงศรัทธาให้กับคุณแม่ได้เสมอ และสามารถภูมิใจในทุกๆด้านของตัวเอง พี่สาวของผมตั้งใจเรียนอย่างหนักและทำดีกับคุณพ่อคุณแม่ในขณะที่ผมไม่ได้ทำแบบนั้น แต่ผมคิดว่าการที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุขก็เป็นหนทางนึงที่ถือว่าเป็นการทำดีให้แก่พวกท่านครับ

Q. ปีนี้ถือว่าคืออะไรสำหรับคุณครับ??
A. ปีนี้เป็นปีที่ผมทำอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรก เป็นอัลบั้มของทางญี่ปุ่นดังนั้นผมจึงทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ผมกังวลอย่างมากทีเดียวครับแต่คอนเสริต์ที่จัดขึ้นก็เป็นไปได้ด้วยดี จริงๆจะมีเพียง 4 รอบเท่านั้นแต่ก็มีการเพิ่มเข้ามาอีกถึง 21 รอบ หลังจากที่ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ผมก็จะทำงานในส่วนของคอนเสริต์ทีเดียว 2 เดือนเลย 

บิกแบงกำลังแยกย้ายทำงานในส่วนของตัวเองครับแต่เราจะมีทัวร์คอนเสริต์กันอีกครั้งด้วยอัลบั้มใหม่ตลอด1ปีเต็มๆ หลังจากหมดสิ้นปีนี้ไป
การที่ต้องไปอยู่ที่ประเทศอื่นเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ ผมรู้สึกเครียด ทั้งต้องเตรียมการเรื่องอัลบั้มเดี่ยวและคอนเสริต์ เครียดจนผมอยากจะหยุดงานทุกงานและหนีไปเลย แต่ทุกอย่างตอนนี้เป็นไปได้ด้วยดีผมรู้สึกขอบคุณในทุกๆอย่างและใช้ชีวิตอยู่อย่างดีครับ มีหลายคนบอกว่าผมดูเหนื่อยๆแต่ผมสบายดีครับ

Eng translated by @ShrimpLJY /twitter
Thai Tranlated by miss mew 
Photo credit on picture

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

Star Column G-Dragon ตอนที่ 3 (ตอนจบ)จาก Naver


สวัสดีครับ~~~ คุณผู้อ่าน 
น่าเศร้านะครับที่รู้ว่านี่จะเป็นตอนสุดท้ายของ Star Column แล้ว 
วันนี้ผมจะมาเปิดเผยรูปของผมในตอนเด็กครับ 
คุณแม่มักจะบอกกับผมว่า "ลูกเคยชอบที่ตรงนี้มากๆๆเลยนะ " 
แต่ผมแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับรูปเก่าๆพวกนั้น

ผมเคยรับบทบาทเป็น ดาราเด็ก ด้วยครับเมื่อตอนที่ผมยังเด็ก 
คุณรู้รึเปล่าว่าขั้นตอนต่างๆที่คุณจะต้องผ่านมันไปกว่าจะได้เป็นดาราเด็กนั้นมีอะไรบ้าง?? 
มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าอายสำหรับผมเหมือนกัน 
แต่ผมเคยไปปรากฏตัวอยู่ในรายการเด็กที่มีชื่อว่า "Kiss kiss kiss" 
และเคยเข้าไปเรียนในโรงเรียนสอนการแสดงอีกด้วย 


 คุณแม่พูดว่า " จียงเอาแต่สนใจในเรื่องของดนตรีและแฟชั่นและสิ่งที่เค้าชอบดังนั้นเค้าจึงจำเรื่องราวในสมัยที่เค้าเป็นเด็กไม่ได้จริงๆ "

หลังจากที่ผมใช้เวลายาวนานอาศัยอยู่ที่หอพักเพื่อความสะดวกในการทำงานโปรโมทในนามบิกแบง 
ในตอนนี้ผมกลับมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของผมอีกครั้ง 
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชีวิตของผมวนเวียนอยู่กับกระบวนการฝึกซ้อมที่บริษัทYG กลับบ้านนอนและกลับมาซ้อมอีก 
วันนึงผมเกิดความรู้สึกคิดถึงครอบครัวของผมขึ้นมาจริงๆ เมื่อผมกลับไปบ้านผมได้เรียนรู้ว่าการได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของตัวเองนั้นมันดีแบบนี้นี่เอง 

ผมชอบดูรายการ Infinitey Challenge มากๆ ผมดูรายการนี้ทุกตอนยาวนานติดต่อกันมา 7-8 ปีแล้วครับ 



พวก Sasaeng แฟน ผมกังวลว่าพวกคุณจะได้รับบาดเจ็บนะครับ 
จริงๆผมไม่เคยมีแฟนๆSasaeng อย่างเป็นจริงเป็นจังมาก่อนเลย แต่เร็วๆนี้ผมกลับมีแฟนกลุ่มนี้บ้างแล้ว
ที่ต่างประเทศหลังจากที่เราเล่นคอนเสริต์เสร็จ เป็นเพราะพวกแฟนๆที่นั่นไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอเราบ่อยๆ พวกเค้าตามติดเรามากทีเดียว

ผมรู้ว่าการกระทำนี้มาจากความรัก แต่ผมรู้สึกกังวลมากๆจริงๆว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
หรือเหตุการณ์อันตรายต่างๆเกิดขึ้น เพราะมีช่วงเวลาที่ดูอันตรายมากมายเหลือเกิน 
เป็นเพราะมันอันตรายทั้งต่อแฟนๆและคนขับรถด้วย 
ผมคิดว่ามันคงจะดีมากเลยถ้าเราสามารถควบคุมในเรื่องนี้ได้บ้าง
ขนาดว่าหลังคอนเสริต์ที่พึ่งจบไปนี้ ก็มีเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากมายนะครับ และมันก็น่ากลัวมาก



แต่แน่นอนว่า ผมก็มีแฟนๆที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ส่ง ข้าวสารมาร่วมบริจาคในงานคอนเสริต์ของผม
ผมรู้สึกมีความสุขมากๆและรู้สึกภูมิใจมากๆเลยครับ 
เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมองไปที่แฟนๆของผม ผมจะรู้สึกขอบคุณเสมอและคิดกับตัวเองว่าผมต้องพยายามทำงานให้หนักกว่าเดิม

ผมรู้ว่าผมเติบโตมาด้วยการเป็นที่รักในฐานะน้องเล็ก และผมก็รู้ว่าตัวเองจะมีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่สามารถทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจไ้ด้ 
ผมเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกับครอบครัวของตัวเองมาเป็นเวลายาวนานแล้ว คุณแม่ คุณพ่อ พี่สาวและผมเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกัน




ผมเขียนเนื้อเพลงมากเลยครับเมื่อตอนที่อายุ 13 และผมก็เริ่มเขียนทำนองเพลงเมื่อตอนอายุซัก 16-17 
ผมคิดว่าผมเริ่มเขียนเนื้อเพลงจริงๆเมื่อตอนอยู่ ป.4 ย้อนไปในตอนนั้น ผมเขียนเนื้อเพลงโดยเลียนแบบเพลงท่อนแร๊พของนักร้องชาวต่างชาติ

ในตอนที่ผมทำงานเพื่ออัลบั้มของผมเอง ผมมักจะอาศัยอยู่ที่สตูดิโอ และต้องขอบคุณโรงอาหารของบริษัทที่มีอาหารดีๆเสมอเหมือนกับได้ทานอาหารที่ทำกันในบ้าน

ครั้งแรกที่ผมพบท่านประธาน YG ผมมีอายุได้ 13 ปี ในตอนนี้มันเป็นความสัมพันธ์มากว่า 10ปีแล้ว

ในตอนที่เราเจอกับท่านประธานเมื่อ 10 ปีก่อนเค้าเข้มงวดกว่านี้มากและเค้ามักจะสงวนคำชมไม่ให้หลุดออกมาจากปากเค้าเลย
หากคุณสนิทกับท่านหยางแล้ว คุณจะรู้ว่าเค้าเป็นคนที่ตลกมากๆ เค้าชอบปล่อยมุขและเล่นสนุกไปเรื่อย
ไม่เพียงแต่ท่านประธานจะสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานเพลงออกมาได้ดีกว่าบริษัทอื่นแล้วเค้ายังเป็นคนที่มอบคำแนะนำตัวต่อตัวให้กับผมอีกด้วย

และเมื่อผมมีอายุ 20 ปีตามกฏหมาย บางครั้งผมก็ดื่มกับท่านประธานด้วย และตอนนี้เราสนิทกันเหมือนกับพี่ชายน้องชายครับ

แต่ผมคิดว่า ในตอนนี้ซึงรีและแดซองก็ยังคงกลัวท่านประธานอยู่นะครับ



Source: http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&sid1=106&oid=420&aid=0000000273
English Translation by DANA A.K.A BigbangisVIP
Thai Translation by miss mew

==============

 
สามารถอ่าน Star Column น้องจีตอนก่อนหน้านี้ได้ตามนี้ 

ตอนที่ 1
http://mew-mini-museum.blogspot.com/2013/04/world-tour-navar-star-column.html
ตอนที่ 2
http://mew-mini-museum.blogspot.com/2013/04/star-column-g-dragon-naver-2.html

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์สั้นๆเรื่องการเดินทางไปเที่ยว จาก Alumni Meeting



การถ่ายทำ MV เสร็จสิ้นลงไปแล้ว และ การทัวร์คอนเสริต์รอบโลกก็จบลงไปแล้วเช่นกัน 
ดังนั้นผมกำลังวางแผนว่าอยากจะเดินทางไปเที่ยวยาวๆซักหน่อยครับ 
บางทีอาจจะใช้เวลา 3 เดือน 
ที่ไหนเหรอครับ?? ที่อิตาลีครับ 
ผมอยากจะไปดูในสิ่งที่ผมชอบ ได้รู้สึก และได้รับแรงบันดาลใจ เพื่อที่จะเรียนรู้อะไรมากขึ้นครับ  

Source: UTOPIA
English Translation by UTOPIA http://871104.com/xe/79797 
Thai Translation by mew  

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

TOP:น้อยมากที่ผมจะพูดคุยกับสมาชิกในวงผ่านทางโทรศัทพ์ครับ

สัมภาษณ์สั้นๆจาก แฟนมีตติ้งภาพยนตร์ Alumni

น้อยมากที่ผมจะพูดคุยกับสมาชิกในวงผ่านทางโทรศัทพ์ครับ 
ตามปกติแล้วผมจะไม่ค่อยได้พบพวกเค้าด้วยนอกจากเวลาที่เราไปทานอาหารด้วยกัน
หรือว่าเวลาที่เราทำงานร่วมกันครับ 
สมาชิกในวง 4 คนนั้นจะเล่นอะไรบางอย่างที่เหมือนกับ Kakaotalk แต่ผมไม่รู้วิธีใช้มันหรอกครับ
ผมขี้เกียจครับ ผมขี้เกียจมากเกินกว่าจะส่งข้อความ ผมไม่ชอบการส่งข้อความ 
ไม่ชอบอะไรอย่าง Twitter หรือ Instagram 

สมาชิกที่ผมติดต่อด้วยบ่อยที่สุดเหรอครับ??? พอๆกันทุกคนแหละครับ
พวกเราคบหารักใคร่กันดีครับแต่ว่าพวกเราแทบจะไม่ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ 
ผมคิดว่ามันเหมือนเป็นช่วงที่เราจะได้ครุ่นคิดตรึกตรองเวลาที่เราได้พักครับ

Source+ EnglishTranslation by uT.O.Pia
Thai Translation by miss mew 

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

Star Column "G-Dragon" จาก Naver ตอนที่2



จีดราก้อนมักจะถูกเรียกว่าเป็น แฟชั่นนิสต้าอยู่เสมอ แฟนๆที่ไปชมคอนเสริต์ของเค้าสามารถที่จะมีความสุขไปกับเสียงเพลงที่ยอดเยี่ยมจากเค้าพร้อมๆกับตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงแฟชั่นจากเค้าในเวลาเดียวกัน

StarColumn ครั้งนี้จีดราก้อนจะพูดถึงการที่เค้าทำเสื้อผ้าในแบบของเค้าเอง และ ความสุขที่เค้ามีในการไปร้านอาหารต่างๆ อาหารโปรดของเค้าคือ ซูชิ 




แฟชั่นเป็นวิธีที่ผมใช้ในการแสดงออกถึงความเป็นตัวเองครับ ก็เหมือนกับดนตรีก็เป็นวิธีที่ผมใช้แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกว่าผมรู้สึกยังไงในวันนั้นๆ

ตั้งแต่เป็นเด็ก ผมชอบที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ดังนั้นคุณแม่จึงเป็นคนเย็บเสื้อผ้าให้ผมและช่วยผมในการแสดงออกถึงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา 
ผมไม่ได้ชอบหรือมียี่ห้อไหนที่เป็นยี่ห้อโปรดเป็นพิเศษผมเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เวลาผมมองเห็นพวกมันแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า "ฉันอยากจะใส่ชุดนี้" ผมเคยมีความคิดว่ายี่ห้อหรูหราคงจะดีกว่าแต่ในตอนนี้ผมจะซื้อของนั้นๆที่ตัวเองคิดว่ามันสวยน่ารัก โดยที่ไม่ได้สนใจไปถึงราคาของมัน

ผมไม่ได้ลงมือทำเสื้อผ้าของตัวเองหรอกครับแต่เวลาที่ผมอธิบายถึงสไตล์ที่ผมต้องการให้กับสไตลิสต์ของผมเธอก็ทำมันออกมาได้เป็นอย่างดี บางครั้งผมจะใส่ชื่อของตัวเองลงไปบนเสื้อผ้าของผมและผมก็ลองอะไรหลายๆอย่างในเรื่องของดีไซน์ด้วย ผมเป็นคนชอบวาดรูปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ดังนั้นผมจะอธิบายงานดีไซน์ของผมผ่านการวาดรูปด้วยเช่นกัน

จริงๆแล้วผมไม่รู้หรอกครับว่า "การแต่งตัวดี" มันหมายถึงอะไร แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ การสวมใส่สิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุด คุณจำเป็นต้องเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับทั้งสถานที่และบรรยากาศ หากคุณเลือกเสื้อผ้าที่ถูกต้องได้ นั่นแหละเป็นเซ้นซ์ทางแฟชั่น 

ผมคิดว่าการที่จะแต่งตัวให้ดีได้ ก่อนอื่นเลยคุณจะต้องมีความมั่นใจถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่คุณเคยใส่มันครั้งแรก คุณจำเป็นต้องมีความมั่นใจที่จะสามารถทำให้มันไม่เหมือนกับเป็นครั้งแรกได้ และการที่พยายามลองในสิ่งที่หลากหลายก็จะเป็นการช่วยให้คุณได้เรียนรู้ว่าอะไรเหมาะกับคุณ 

หลายๆคนในบริษัทของเราชอบที่จะใส่กางเกงหย่อนๆซึ่งมันอาจจะทำให้ดูไม่ดีได้แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำมันนานๆเข้าคุณก็จะเริ่มมั่นใจขึ้นมา ทุกคนมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป หากคุณทดลองสวมใส่เสื้อผ้าที่หลากหลายมากเท่าไหร่คุณก็จะเจอสไตล์ใหม่ๆที่จะเข้ากับคุณได้มากที่ดีสุด

เป็นเพราะความรักในเรื่องแฟชั่นของผม ผมเดินทางไปงาน Paris Fashion Week ในทุกๆปีและผมจะทำต่อไปเรื่อยๆถ้าหากมีโอกาส ผมรู้สึกดีใจมากๆที่ได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงาน fashion week และงานแฟชั่นโชว์ใหญ่ๆที่ปารีส แต่ถึงยังไงก็ดี ผมก็ยังคงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเองอยากจะทำงานในด้านแฟชั่นนี้เป็นอาชีพรึเปล่า?? ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะประสบความสำเร็จในงานสาขานี้ ก็เหมือนกับวิธีการที่ผมอุทิศชีวิตของผมให้กับเสียงเพลง ผมสามารถเข้าใจได้ถึงอุปสรรคต่างๆของคนที่เค้าอุทิศชีวิตของเค้าเพื่อแฟชั่นได้เช่นกัน 


ผมชอบออกไปข้างนอกเพื่อทานอาหารครับ ระยะหลังนี้ผมทานซูชิมาเยอะมาก ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีเวลาว่างก็จะไปหาร้านซูชิทานเป็นประจำ ผมจะรู้สึกมีความสุขมากๆที่ได้เห็นร้านซูชิยอดเยี่ยมหลายๆที่ที่ญี่ปุ่นหรือแม้แต่ที่โซลเองก็ตาม 

ผมได้ทานซูชิมาเยอะมากซะจนตัวเองสามารถเขียนคอลัมภ์เกี่ยวกับซูชิได้เลย ส่วนผสมในซูชิเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆทำให้ผมไม่เบื่อที่จะทานมันครับ มีร้านซูชิอยู่ 3 ร้านที่ผมไปเป็นประจำในโซล ผมให้คะแนนร้านซูชิจากบรรยากาศของร้าน แน่นอนว่าต้องมีซูชิที่อร่อย และ ความสดใหม่ ผมมักจะทานซูชิในร้านที่เป็นซูชิบาร์ มันเป็นเรื่องสนุกที่จะได้ถามเชฟถึงซูชิในแต่ละแบบและผมก็ชอบดูเวลาที่เค้าลงมือทำมันด้วย

เหตุผลที่ทำให้ผมเริ่มชอบในซูชิเป็นเพราะ มาตรฐานในการเลือกอาหาร ของผมนั้นอยู่ที่ ความสวยงามของมัน และซูชินั้น "สวย" ก็เหมือนกับเสื้อผ้าครับ ผมสนใจในอาหารที่มีความสวยงาม ความสวยงามนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผม 

ใน Star Column ครั้งหน้า จะมีรูปน่ารักๆของจีดราก้อนในวัยเด็กมาเปิดเผยเป็นครั้งแรก ยังไงก็ช่วยติดตามรอชมด้วยนะครับ 



Source:http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&sid1=106&oid=420&aid=0000000270
English translation by DANA
Thai Translation by mew

==================

สามารถอ่าน Star Column น้องจีตอนก่อนหน้านี้ได้ตามนี้ 

ตอนที่ 1
http://mew-mini-museum.blogspot.com/2013/04/world-tour-navar-star-column.html

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

จีดราก้อนพูดถึงเรื่อง World tour กับ Navar "Star Column"



สวัสดีท่านผู้อ่าน Star Column ครับ ผมจีดราก้อน ระหว่างที่บิกแบงมี world tour ผมได้เขียนเรื่องราวเบื้องหลังในการทำทัวร์ร่วมกับสมาชิกวงไปแล้ว แต่ครั้งนี้ มีแค่ผมคนเดียว แต่ถึงยังไงผมก็ไม่ได้รู้สึกเหงาหรอกครับเพราะ ยังไงๆบิกแบงก็เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ พวกเค้าเป็นคู่หูที่ผมไว้วางใจตลอดมา เป็นเพื่อน และเป็นผู้คอยสนับสนุน ผมจะทำให้ดีที่สุดสำหรับการทัวร์คอนเสริต์เดี่ยวของผมครั้งนี้ 

ในคอลัมภ์นี้ผมจะพูดถึงความสัมพันธ์ของผมกับท่านประธานหยางฮยอกซอกผู้ที่ซึ่งดูแลผมเหมือนกับเป็นพี่ชายของผม และจะพูดถึงชัวิตประจำวันและงานอดิเรก รวมถึงความฝันของผมด้วย หวังว่าพวกคุณจะมีความสุขในการอ่านนะครับ  ^^


 ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ผมไม่เคยมีความรู้สึกกลัวหรือรู้สึกเครียดในการก้าวขึ้นไปบนเวทีเลย งานหลักของบิกแบงคือการขึ้นเวทีคอนเสริ์ตมากกว่าการทำรายการทีวี ดังนั้นเราไม่ควรจะกลัวการขึ้นเวทีเพราะแบบนั้นเราชินซะแล้วครับกับการยืนอยู่บนเวที 

นอกจากนี้เราก็มีประสบการณ์การทำทัวร์รอบโลกมาแล้วด้วยเช่นกัน ดังนั้น จริงๆแล้วไม่มีอะไรที่แตกต่างออกไปในการทำทัวร์เดี่ยวครั้งนี้ แต่แน่นอนว่าการที่เราออกจากประเทศเกาหลีมาทำ worldtour นั้นเป็นเรื่องที่สุดหินเหมือนกัน แต่เมื่อลองมานึกถึงศิลปินที่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะมาทำ worldtourเลยมันทำให้ผมรู้สึกขอบคุณเหล่าอุปสรรคต่างๆนั้นจริงๆ ซึ่งการทำworld tour ของเราก็พึ่งจะผ่านไปไม่นาน ดังนั้น ในตอนนี้ถือว่าทุกอย่างที่ผ่านมานั้นเรียกได้ว่า อยู่ในเกณฑ์ดีทุกอย่างครับ 

แน่นอนว่า สภาพร่างกายนั้นต้องเจอกับสภาพที่เหนื่อยล้าแต่พวกเรากลายเป็นมีอาการ"เสพติดเวที" ไปซะแล้วแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนแต่พอขึ้นเวทีแล้วพลังงานก็กลับมาใหม่ เป็นเพราะมีผู้ชมมากมายกำลังมองมาที่ผม ในการถ่ายทำ MV หรือการถ่ายภาพก็ด้วย หากมีทีมงานมากมายทำงานร่วมไปกับผม ผมไม่ควรที่จะทำให้พวกเค้าผิดหวังเพียงเพราะสภาพร่างกายของผมย่ำแย่ 

จริงๆแล้วเวลาที่ผมเต็มไปด้วยพลังและเมื่อได้รับพลังจากทีมงานและแฟนๆการถ่ายแบบหรือคอนเสริต์นั้นๆจะออกมาดีเสมอแต่เมื่อไม่มีพลังหรือทุกอย่างเอื่อยๆ ผมมักจะทำออกมาได้ไม่ประทับใจอย่างที่ควร แต่ไม่ว่าจะยังไงเมื่อผมขึ้นไปบนเวที ผมจะได้รับพลังงานในด้านบวกเสมอไม่ว่าผมจะป่วยยังไงก็จะรู้สึกดีขึ้นมาก ผมคิดว่าศิลปินคนอื่นๆก็คงจะรู้สึกกันแบบนี้เวลายืนอยู่บนเวที  



ระหว่างการทำ WorldTour เมื่อการแสดงจบลงผมและสมาชิกในวงสนุกกับการเดินไปตามท้องถนนช้อปปิ้ง โดยเฉพาะผมจะซื้อของเยอะมากเป็นเพราะตัวเองชอบเสื้อผ้าอยู่แล้วและในแต่ละประเทศที่ไปต่างก็มีเอกลักษณ์ของแต่ละที่ ดังนั้นผมจึงเน้นไปที่แฟชั่นตามท้องถนนของประเทศนั้นๆมากกว่า 

เวลาที่ผมเหนื่อยมากจริงๆหลังจากที่ทำการแสดงบนเวที วิธีที่ผมจะฟื้นฟูสภาพร่างกายของผมคือ การได้อาบน้ำและการได้ดูภาพยนตร์และละคร ไม่พูดอะไรเลยและอยู่นิ่งๆเป็นเวลา 10-15 นาที และนี่เป็นช่วงเวลาเยียวยาของผมครับ

ผมได้รับแรงบันดาลใจหลายอย่างจากภาพยนตร์ เมื่อไม่กี่วันก่อนผมได้ดูภาพยนตร์เรื่อง  ”New world.” ผมได้เจอนักแสดงนำในเรื่อง พี่ Hwang Jung Min ที่งานประกาศรางวัล MAMA เราแลกเบอร์โทรศัพท์กันครับแต่ไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้บ่อยๆ พี่เค้าชวนผมไปในงานพรีวิวหนังของเค้าแต่เพราะตารางงานที่ยุ่งมากผมไม่ได้ไป แต่ได้ไปดูหนังเรื่องนั้นในโรงภาพยนตร์ซึ่งผมชอบมันมาก และเพื่อเป็นการตอบแทนพี่เค้า ผมจึงเชิญรุ่นพี่ Hwang Jung Min มาดูคอนเสริต์ของผมบ้างและผมก็ดีใจมากๆเลยครับที่ได้ยินมาว่าพี่เค้าชอบคอนเสริต์ของผมเช่นกัน 


 ผมไม่ค่อยรู้สึกสนใจหรือดึงดูดใจในผู้คนที่ดูเท่ในแบบธรรมดาๆ จะพูดยังไงดีละครับ?? ผมรู้สึกว่าผมจะชอบหรือถูกดึงดูดด้วยคนในแบบมาเฟีย พวกแก๊งสเตอร์มากกว่า ผมคิดว่าคงมีอะไรแปลกๆบางอย่างในตัวผมแน่ๆ บนเวทีผมก็แสดงออกอารมณ์ความรู้สึกและท่าทางในแบบของพวกแก๊งสเตอร์ออกมาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเลยตัวซ้ำ แม้แต่เวลาที่ผมดูภาพยนตร์ ผมจะชอบพวกแบดบอยและสนุกในการดูเรื่องราวของพวกเค้าโลดแล่นเป็นจริงผ่านภาพยนตร์



เวลากลางวันและกลางคืนสำหรับชีวิตประจำวันของผมนั้นสลับกันไปหมด ซึ่งถือว่าเป็นกรณีปกติของทุกๆคนที่บริษัท วายจีนี้ ดังนั้นเราจึงต้องจัดระเบียบร่างกายใหม่ก่อนที่จะออกคอนเสริต์หรือทำทัวร์ ผมเป็นพวกนอนไม่รู้จักพอดังนั้นผมต้องตั้งกฏให้กับร่างกายตัวเองก่อนออกทัวร์ 

เรื่องแปลกของพวกนักดนตรีคือ พวกเราไม่สามารถคิดอะไรออกเลยในตอนเช้า ทุกอย่างว่างเปล่าไปหมด ผมทำงานได้ดีกว่ามากในเวลากลางคืน มันเป็นนิสัยที่แปลกประหลาดที่ผมจะเริ่มคิดอะไรต่างๆในช่วงที่ผ่านช่วงเช้าไปแล้ว ดังนั้นผมจะตื่นนอนเวลาบ่าย 4-5 โมงเย็นทุกวันดังนั้นผมจึงรู้สึกเหนื่อยล้า

และเป็นเพราะผมจะทำงานไปจนถึงตี 1-2 และจะเข้านอนในตอนบ่าย 4-5 ทำให้ผมไม่สามารถไปพบปะเพื่อนๆได้เพราะเรามีแบบแผนชีวิตที่ต่างกัน บางครั้งผมจะนอนต่อเนื่อง 2-3 วัน ผมมักจะหลับลึกและยาวนาน  ^^



ผมเริ่มใช้ ตัวส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ที่เรียกว่า Line เพื่อการโปรโมท world tour ของตัวเองในครั้งนี้ด้วย ยังไงก็ขอให้ทุกคนสนับสนุนและสนใจมันด้วยนะครับ  

ผมรักวิธีที่ท่านหยางฮยอนซอก CEO ของบริษัท YG ที่่มักจะมองภาพที่ยิ่งใหญ่ข้างหน้าเสมอมากกว่าที่จะมองแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้เท่านั้น 

ผมให้ความไว้ใจและจะทำตามท่านหยางเสมอและเค้าก็ทำแบบนี้กับผมเช่นกัน เวลาที่ผมบอกให้เค้ารู้ถึงความต้องการของผมเค้ามักจะเป็นคนแรกเสมอที่จะเคารพในความคิดของผม  เป็นเพราะผมเป็นนักดนตรี ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เหนื่อยเกินไปที่จะมาทำการโปรโมทด้วยตัวเองเพราะผมจะเสียความตั้งใจในการทำเพลงไป 

ผมได้ยินมาว่าการสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะ (SNS) เริ่มเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆในโลกปัจจุบัน และด้วยการแปลแบบอัติโนมัติของ LINE ผมสามารถที่จะสื่อสารกับแฟนๆในระดับสากลได้ด้วย เป็นเพราะแฟนๆจากทั่วโลกของผมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่ามันสนุกและมีความหมายมากๆ ที่จะปล่อยเพลงใหม่ของผมผ่าน LINE

เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมเคยรู้สึกมีความสุขดีใจมากๆที่ได้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงแต่ในตอนนี้เรื่องนั้นไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ในตอนนี้ผมคิดมากขึ้นที่จะทำเพลงออกไปแข่งขันได้ในระดับโลก จากการทำ WorldTour ผมเรียนรู้ว่าเรามีแฟนในระดับสากลมากมาย เราไม่เคยจะจินตนาการเลยว่าเราจะมีแฟนๆในระดับโลกมากมายถึงขนาดนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราไม่เคยได้ทำการโปรโมทในจีน หรือในอเมริกามาก่อน แต่กลับมีแฟนๆมาดูคอนเสริต์ของบิกแบงในประเทศเหล่านี้ด้วย ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไม วายจีถึงทุ่มเงินลงไปมากมายกับ YouTube และ การโปรโมทผ่าน SNS ก็เพื่อส่งผ่านเสียงเพลงของพวกเราไปสู่สายตาชาวโลกนั่นเอง 

ผมคิดกับท่านหยางอย่างหนักถึงวิธีการต่างๆในการโปรโมท และ แฟนๆต่างก็เป็นห่วงมากในเรื่องนี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับเรากำลังพยายามอย่างเต็มที่ดังนั้นกรุณาไว้ใจเราเถอะนะครับ ^^

ผมเคยคิดว่า"ทำไมต้องใช้เจ้า SNS ด้วย???" แต่ตอนนี้ผมกลับสนุกกับการใช้ SNS ซะเอง ผมชอบที่ผมสามารถแบ่งปันความคิดของผมกับแฟนๆได้ ผมสามารถที่จะบอกแฟนๆว่าผมอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่เพราะผมไม่มีโอกาสที่จะออกไปพบพวกเค้าได้จริงๆ เวลาที่ผมโพสรูปว่าตัวเองกำลังทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้พูดคุยกับแฟนๆจริงๆ ครับ

คอลัมภ์วันนี้กลายเป็นยาวมากแล้วนะครับเนี้ย ผมควรจะเก็บเรื่องเล่าที่น่าสนใจๆเอาไว้เล่ากันคราวหน้าแล้วกัน แล้วเจอกันนะครับ  

Source Naver "Star Column" 
[http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&sid1=106&oid=420&aid=0000000268]
English Translation by DANA A.K.A BIGBANGGisVIP
Thai Translation by miss mew