วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

แบบทดสอบทางจิตวิทยา ที่งานแถลงข่าวที่ไต้หวัน


เมื่อบ่ายๆวันที่ 9 เมษาที่ผ่านมาน้องๆเดินทางไปที่ไต้หวันกันค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนไต้หวันกันแฟนๆตื่นเต้นกันมาก มีการลงข่าวว่าที่สนามบินมีแฟนๆไปรอกว่า 1200 คน ถือว่าเยอะที่สุดเป็นประวัฒน์การณ์ของที่ไต้หวันเลยทีเดียว

ไปไต้หวันครั้งนี้ไปแค่ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอย่างเป็นทางการของทางวอร์เนอร์มิวสิคไต้หวันเท่านั้น งานมีตอนบ่ายๆของวันที่ 10 เมษาที่ชั้น 84 บนตึก 101 บิกแบงเป็นศิลปินรายแรกที่ได้แถลงข่าวบนตึกนี้ ภายในงานมีวีไอพีผู้โชคดี 100 คนที่ได้ตั๋ว random จากซีดีเข้าร่วมงานด้วย แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวแว่วมาว่า 40 คนจาก 100 คนเป็นตั๋วล็อค หนึ่งในวีไอพีที่ได้เข้าร่วมงานเปิดเผยว่าต้องซื้อซีดีถึง 16 แผ่นถึงจะเจอตั๋วที่สุ่มมากับซีดีค่ะ

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาเป็นระยะๆว่า ในงานแถลงข่าวนี้จะมีการประกาศด้วยว่า ไต้หวันจะเป็นหนึ่งในเมืองที่น้องๆจะไปทัวร์คอนเสริต์ด้วย แต่ในที่สุดก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด โดยน้องๆพูดเหมือนทุกที่ได้ไปว่า ในเร็วๆนี้บิกแบงจะเริ่มการทัวร์คอนเสริต์รอบโลกและหวังอย่างยิ่งว่าจะได้มาที่ไต้หวันด้วย 

ดังนั้นในงานก็เป็นการถามตอบทั่วไปค่ะ และมีแบบทดสอบทางจิตวิทยามาให้เล่นกันมีคนถึงกับแซวว่าพามาแค่นี้เนี้ยนะ 55+

แล้วนี่คือ แบบทดสอบที่เล่นกันในวันนั้นค่ะ 

========================

คำถามที่ 1 : ในบรรดาสมาชิกในวงใครเนื้อหอมมากที่สุด
(ซึ่งคำถามนี้จะใช้ท่านอนเป็นคำตอบที่จะเอามาพิจารณานะค่ะ สมาชิกทุกคนต่างก็คิดกันอย่างรอบคอบก่อนจะตอบ ยองเบและซึงรีถึงกับ สาธิตท่านอนกันบนเวทีเลยทีเดียว และผลออกมาว่า)

Daesung: นอนโดยที่มือจะอยู่ใกล้ๆใบหน้าหรือผม หมายถึง ดูดีและใจดีแต่ภายนอก ภายในใจนั้นขาดความมั่นใจ ไม่มีความกล้าที่จะตามจีบผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ซึ่งสมาชิกทุกคนต่างเห็นด้วยว่าคำตอบตรงกับน้องแดตัวน้องแดเองก็แปลกใจที่คำตอบออกมาตรงกับตัวเองมากๆ ยองเบอธิบายว่าน้องแดไม่มีความมั่นใจที่จะตามจีบผู้หญิงที่ตัวเองชอบแต่กลับสามารถทำให้ผู้หญิงมาตกหลุมรักตัวเองได้มากมาย

GD และ TOP : น้องจีตอบว่านอนโดยจับผ้าห่มหรือกอดตุ๊กตาไว้ ทาบิก็เลือกข้อนี้เหมือนกันนะค่ะ หมายถึง เป็นคนประเภทที่มุ่งไปทางรักในแบบฉบับเพลโต คือ รักที่บริสุทธิ์ระหว่างชายหญิงไม่มีเรื่องทางกายมาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของจิตใจโดยเฉพาะ ทาบิบอกว่าตรงกับตัวเองทีเดียวและถามกลับไปยังแฟนๆว่า ทาบิดูเป็นคนสนใจเรื่องทางกายมากกว่าเหรอ??? แฟนๆก็รีบตอบว่าไม่ใช่ค่ะ

Taeyang: เป็นประเภทที่จะเห็นคนรักเป็นคนที่จะสำคัญที่สุด แต่ในงานยองเบเอาแต่บอกว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยไม่รู้ว่าสรุปแล้วคำตอบออกมาตรงไม๊?? น้องซึงเลยแกล้งแซวว่ายองเบจะมาหาแฟนที่ไต้หวันนี่แหละ พิธีกรเลยบอกให้วีไอพีที่มาร่วมงานว่าใครอยากจะเป็นแฟนยองเบให้กรี๊ดดังๆ แต่ยองเบว่าเสียงไม่ดังพอจะไปมองหาแฟนที่ประเทศอื่นแล้วกัน พิธีกรเลยบอกว่า งั้นไปหาที่สนามบินแล้วกันนะ ที่สนามบินเสียงกรี๊ดดังมากๆๆ

SR: น้องซึงเลือกวางมือไว้ที่ท้องตอนนอน หมายความว่าเป็นคนเนื้อหอมมากเวลาออกไปเที่ยวจะมีผู้หญิงมารุมล้อม

==============

คำถามที่ 2: เปอร์เซ็นของความซื่อสัตย์ในความรักของตัวเอง
(คำถามนี้จะใช้ความคิดในเรื่องของผีมาพิจารณาวิเคราะห์นะค่ะ คำถามมีอยู่ว่าถ้าเกิดทำงานในสตูดิโอในที่ทำงาน ถ้าจู่ๆจะมีผีโผล่ออกมา คิดว่าผีจะซ่อนอยู่ในส่วนไหนของที่ทำงาน )  

YB:เบตอบว่า ในห้องน้ำ ได้ 55% หมายความว่าในเรื่องความซื่อสัตย์ต้องทำ 50/50 ร่วมกันทั้งสองฝ่ายเค้าทำหน้าที่ของเค้าผู้หญิงก็ต้องทำหน้าที่ของฝ่ายตัวเองด้วย เค้าจะลองช่างน้ำหนักว่าอีกฝ่ายรักเค้าแค่ไหนและให้คืนไปเท่าที่คิดว่าจะได้รับ

Seungri : น้องซึงตอบว่า ในห้องท่านประธานได้ 20% เป็นประเภท playboy จะมีแฟนหลายคน (แฟนๆหัวเราะกันใหญ่ ยองเบก็แซวน้องว่าเป็น Lion King : สิงโตตัวผู้จะมีตัวเมียมากกว่า 1 เสมออะค่ะ) น้องซึงบอกว่าที่เลือกว่าจะมีผีซ่อนอยู่ในห้องท่านประธานเป็นเพราะข้อนี้ยังไม่มีใครเลือกเลยเลือกแบบไม่ได้ตั้งใจ

Daesung : น้องแดตอบว่า หลบอยู่ใต้โต๊ะ ได้ 40%, เป็นประเภทที่เรื่องของอารมณ์จิตใจ แยกออกจากเรื่องของร่างกายค่ะ ในใจอาจจะซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียว แต่ทางร่างกายแล้วชอบที่จะมีเรื่องอย่างว่าเยอะๆ (>//<) นอกแดหัวเราะเสียงดังแล้วปฏิเสธทันที ทาบิก็มาล้อว่าอาทิตย์นึงมี 7 วันก็เดทสาวไม่ซ้ำหน้าละสิ ซึ่งน้องซึงก็มาเสริมด้วยการพูดภาษาจีนว่า "ไม่ดีเลย" ล้อน้องแดค่ะ

GD : น้องจีตอบว่า ในห้องเก็บของได้ 99%, หมายความว่า ซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวอย่างมาก เมื่อรักแล้วจะไม่ยอมให้หลุดมือไปไหน เป็นคนที่จะคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ ซึ่งน้องจีก็ยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย

TOP: ทาบิตอบว่า ในลิฟท์ ได้ 80%  เป็นประเภทที่จะอยู่รักกับคนรักเป็นเวลายาวนาน เมื่อตกหลุมรักแล้วจะพยายามทำทุกอย่างให้ไปกันได้ ให้อภัยและซื่อสัตย์ ยอมรับในตัวคนรัก จะยอมถอยเมื่อรู้ว่าไปกันไม่ได้จริงๆและพยายามจนเกินจะทนแล้วเท่านั้น จะรอคอยและชั่งน้ำหนักว่าเธอคุ้มค่าต่อการรอคอยรึไม่

===================== 

คำถามที่ 3 : บุคคลิกที่แท้จริงของคุณเป็นคนยังไง
(ซึ่งข้อนี้จะเป็นการนำเอา วิธีตัดสเต็กมาพิจารณาวิเคราะกันนะค่ะ ว่าได้สเต็กมาจะหั่นยังไง) 

SR และ YB และ DS :เลือกค่อยๆหั่นจากด้านซ้ายไปเรื่อยๆ หั่นแล้วทานหั่นแล้วทาน ผลออกมาว่าเป็นคนที่ความคิดเป็นไปในแบบหัวโบราณ ทำอะไรต้องถูกต้องตามตำราเน้นทฤษฎี
ยองเบเล่นมุขว่าจริงๆข้อที่ให้เลือกไม่ตรงกับวิธีหั่นของเบจริงๆ และปล่อยมุขว่าจะกินสเต็กก็ต่อเมื่อมีคนหั่นให้เท่านั้น น้องแดเลยเอาบ้างบอกว่า เวลากินเสต็กน้องแดไม่จำเป็นต้องใช้มีดหรือส้อมเลยคอยอ้าปากเท่านั้น เพราะมีคนคอยป้อน 

เมื่อพูดถึงความคิดที่หัวโบราณ น้องแดบอกว่าไม่เชิงว่าการทดสอบนี้จะตรงกับบุคคลิกของน้องแดจริงๆเวลามีปัญหาน้องแดจะใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสินใจมากกว่า ว่าทางนี้เป็นทางที่ดีที่สุดไม่ได้ตัดสินใจจากทฤษฎีหรือตามตำรา 

GD และ TOP : หั่นเป็นชื้นใหญ่หน่อยแล้วค่อยๆหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วทาน ผลออกมาว่า เป็นคนที่มีบุคคลิกมั่นใจเป็นตัวของตัวเองแต่ในบางครั้งดูจะไม่เป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่ น้องจียอมรับว่านานๆทีก็จะทำตัวเด็กๆ ส่วนทาบิบอกว่าตัวเองไม่เป็นผู้ใหญ่เลย

Credit:哇西小玲 posted the news in 百度BigBang吧.
Source: Yes娱乐 4月10日台北报导. 
Chinese to eng Translated by hapiangle @ soompi
more update from fullsub clip of BBVIPchannel.com 
Eng to Thai by mewminimuseum

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ BB จากนิตยสาร Oricon style Japan 042012 (Part 2 )


Q: ในอัลบั้มนี้มีเพลงหลากหลายแนวนะครับ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย
V.I: FANTASTIC BABY เป็นเพลงที่ให้พลังงานสนุกสนานที่สุดในอัลบั้มครับ คุณจะไม่เพียงเห็นพลังงานเหล่านั้นผ่านทางเสื้อผ้าของเราเท่านั้นนะฮะ แต่เรายังถ่ายทำเอ็มวีกันด้วยความรู้สึก fantastic อีกด้วย

T.O.P: สำหรับมิวสิควีดีโอเพลงนี้เราได้ทำการประชุมหารือกันว่าจะทำออกมาให้มหัศจรรยด้วยบรรยากาศที่ดูบ้าคลั่ง มิวสิควีดีโอที่จะมากับดีวีดีที่จะวางขายที่ญี่ปุ่นกับในเวอร์ชั่นที่ลงในยูทูปนั้นจะแตกต่างกันไปเลย ผมคิดว่ามันคงสนุกนะครับที่จะได้ลองเปรียบเทียบทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้ดู

V.I: ในเพลง Blue มีเนื้อร้องท่อนนึงที่ว่า "วันเวลาที่หนาวเย็นผ่านพ้นไปแล้ว วันที่แสนอบอุ่นกำลังจะมาเยือน" ท่อนนี้แสดงถึงภาพรวมในสถานการณ์ของบิกแบงตอนนี้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

D-LITE: เหมือนกับเรื่องรักทั่วๆไปครับ เพลงมีลักษณะให้กำลังใจและมีนำเสนอในเรื่องของความหวัง แม้ว่าจะเป็นเพลงเศร้าแต่ก็มีภาพลักษณ์ที่น่ารัก

SOL: BAD BOY เป็นเพลงที่แต่งโดยโปรดิวเซอร์ของเรา CHOICE 37 และ G-DRAGON ครับ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมรักมากที่สุดในอัลบั้ม อารมณ์ในเพลงจะประมาณว่า ผมเป็นผู้ชายที่เลวมากนะ แต่คนรักของผมเป็นสาวแสนดี แทนที่จะมาอยู่กับคนอย่างผม ผมต้องการให้เธอเดินจากไปจะดีกว่า  .

T.O.P: ในเนื้อเพลงแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจของบิกแบงในตอนนี้ฮะ ซึ่งเพลงได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆที่เกาหลี ดังนั้นผมกำลังอยากรู้ว่าแฟนๆที่ญี่ปุ่นจะพูดถึงมันว่ายังไงกันบ้าง แน่นอนว่าเพลงไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าสมาชิกในวงบิกแบงเป็นชายโฉดนะครับ (หัวเราะ)

========================

Q: เพลงดังอย่าง HaruHaru ในภาคภาษาญี่ปุ่นก็ถูกบรรจุลงมาในอัลบั้มด้วยใช่ไม๊ครับ???
V.I: ในขณะที่เราทำการบันทึกเสียงกันอยู่ เราคิดถึงเพลงที่จะเป็นเหมือนของขวัญเพื่อมอบให้กับแฟนๆชาวญี่ปุ่นที่รอคอยพวกเค้ามาโดยตลอดขึ้นมา เราร้องเพลงนี้อย่างเต็มความสามารถและใส่อารมณ์ลงไปอย่างมากเลยครับ

========================

Q: เพลง EGO เป็นเพลงที่เกี่ยวกับ "รักแรกพบ" ใช่ไม๊ครับ??
D-LITE: ใช่แล้วครับ เพลงบอกเล่าในเรื่องที่ว่าผมพยายามอย่างมากเพื่อที่จะได้อยู่ในสายตาของเธอบ้าง ผมตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบแต่เธอกลับไม่เคยเหลียวหันมามองเลย เพราะแบบนั้นศักดิ์ศรีในใจของผมก็เหมือนกับมีบาดแผล เพลงจะพูดถึงความรักในรูปแบบนั้นครับ สำหรับตัวแล้วผมก็เคยตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบเช่นกันนะครับ แต่มันก็มักจะจบลงที่ว่าเราไม่ได้เป็นคู่รักกันหรอกครับ

V.I: เป็นความเหงาในรูปแบบหนึ่งนะครับ

D-LITE: ผมมักจะรู้สึกเหงานะครับเพราะไม่สามารถที่จะสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงในใจออกมาได้

V.I: ชายเกาหลีเวลาเกิดรักใครขึ้นมาก็จะเข้าไปบอกกับคนคนนั้นตรงๆเลยครับว่า "ผมรักคุณนะ"

SOL: แต่ว่า สมาชิกในวงคนอื่นๆมักจะ อายที่จะบอกนะ
V.I: งั้นก็หมายถึงผมคนเดียวสินะ?? ขอโทษครับ แต่ถ้าเป็นผม ผมจะไม่เสียเวลามานั่งคิดว่าควรจะทำอะไรยังไง ผมจะพูดขึ้นมาทันทีทันใดเลยละว่า "ผมรักคุณนะ" มันไม่ดีกว่าเหรอฮะ?? เพราะฝ่ายหญิงก็คงจะรอคำตอบอยู่เหมือนกัน

D-LITE: น่าอิจฉาจังนะที่พูดออกมาได้แบบนั้น...

V.I: คือฝ่ายชายน่าจะเป็นฝ่ายพูดออกไปว่า " ผมรักคุณนะ เราจะทำยังไงต่อไปกันดี" แบบนี้จะดีกว่า

D-LITE: แล้วผมควรจะต้องทำยังไงดีละตอนนี้?? (หัวเราะ)

V.I: ถ้าคำตอบของฝ่ายหญิงคือ "ตกลง" เราก็ควรจะ เย้ๆ ดีใจมีความสุขไปกับช่วงเวลานั้น แต่ถ้า เค้าปฏิเสธ เราก็แค่มองหาคนที่ ใช่ ต่อไป แบบนี้ก็เป็นวิธีที่ถูกต้องนี่นา?? เป็นหนทางในแบบ Badboy ไง

T.O.P: แต่ผมว่านะตราบใดที่เรายังซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เราก็เป็น good boy อยู่ดี

=======================

Q: ดูพวกคุณมักจะสนุกสนานกันมากเลยนะครับแม้จะอยู่หลังเวทีก็ตาม??
SOL: ภาพลักษณ์หลังเวทีกับที่อยู่บนเวทีจะต่างกันครับ เราชอบที่จะแกล้งกัน เล่นสนุกกัน บางครั้งเราจะเล่น  "hamburger" คือ VI จะนอนลงกับพื้นและสมาชิกในวงก็จะขึ้นนอนทับเค้าและเรียงกันเป็นชั้นๆท่ามกลางเสียงโวยวายของเค้าแหละครับ

V.I: เป็นเพราะผมเป็นน้องเล็กสุด ก็เลยมักจะโดนหยอกเล้าเสมอเลยฮะ แต่ผมก็รู้สึกมีความสุขนะฮะ จะอธิบายยังไงดี ผมรู้สึกว่า ถูกรัก จากสมาชิกในวงคนอื่นๆ นี่ผมเป็นพวก ‘masochist’ รึเปล่าเนี่ย??? ไม่นะ ผมไม่ใช่ masochist แน่ๆผมเป็นผม sadist มากๆเลยตั้งหาก

[ masochist คือ คนที่จะรู้สึกมีความสุขที่ถูกทรมานถูกทำร้าย ส่วน Sadist คือ คนที่จะมีความสุขเวลาที่ได้ทำร้ายได้ทรมานคนอื่นค่ะ]

=====================

Q: (หัวเราะ) เรากลับมาพูดกันเรื่องอัลบั้มดีไม๊ครับ จีดราก้อนและดีไลท์เขียนเนื้อเพลงร่วมกันในเพลง WING เป็นยังไงบ้างครับ??
D-LITE: G-DRAGON ได้สร้างกรอบรวมมาให้ผมครับผมเพียงแต่เติมเต็มในส่วนต่างๆเหล่านั้น เนื้อเพลงพูดว่า ถึงแม้ว่าวันที่เหนื่อยล้าดูเหมือนจะไม่มีวันจบ แต่เรามาสนุกกันเถอะนะ แม้จะแค่วันนี้วันเดียวก็ตาม

G-DRAGON: นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำงานกับ dlite ครับ แต่ผมมองเห็นรูปการณ์ในอนาคตแล้วละ เรารู้สึกสนุกมากเลยละฮะตอนที่ทำงานร่วมกัน

======================

Q: คุณ G-DRAGON ครับในฐานะโปรดิวเซอร์แล้ว คุณเจอปัญหาความยากลำบากอะไรบ้างไม๊??ในขณะที่ทำงานในอัลบั้มนี้??
G-DRAGON: เรื่องของเสียงเพลงนั้นมันไม่ได้ทำออกมาได้เพียงแค่มีความอุตสาหะครับ ถ้าขาดแรงบันดาลใจคุณก็ไม่สามารถที่จะสร้างเพลงดีๆออกมาได้ ไม่สามารถที่จะหาไอเดียดีๆมาใส่ในอัลบั้มได้ ครั้งนี้สมาชิกทุกคนมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียว ในขณะที่กำลังจับต้นชนปลายทุกอย่างออกมาผมรู้สึกจริงๆว่าเราได้สร้างผลงานที่ดีมากจริงๆ เรามีความสุขและสนุกมากๆที่ได้ทำงานร่วมกันครับ

=====================

Q: หลังจากนี้ บิกแบงก็จะมีการทัวร์คอนเสริต์นะครับ ยังไงช่วยฝากอะไรถึงแฟนๆหน่อยครับ

T.O.P: สำหรับครั้งนี้เราปล่อยอัลบั้มใหม่ออกมาพร้อมทั้งประกาศการทัวร์คอนเสริต์ของเราด้วย ในเรื่องของการแสดงบนเวที เราได้คุณ Laurieann Gibson (ที่เคยร่วมงานกับ Lady Gaga มาก่อน) มาร่วมงานกับเราในคราวนี้ในฐานะผู้กำกับ ผมคิดว่าเรื่องของเวทีในครั้งนี้จะแตกต่างออกไปครับ คุณจะไม่เพียงแต่มีความสุขกับเพลงของบิกแบงเท่านั้นแต่ยังจะได้เห็นบุคคลิกของสมาชิกในวงแต่ละคนได้ดีขึ้นด้วยครับ

SOL: ผมคิดว่าถ้าเราประสบความสำเร็จในการทัวร์ครั้งนี้ บิกแบงก็คงจะได้ก้าวไปอีกระดับหนึ่งด้วย ดังนั้นยังไงก็โปรดตั้งใจรอคอยในสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยครับ

V.I: นอกเหนือจากการที่เรามีทัวร์คอนเสริต์ จากนี้ไปเรายังจะต้องทำงานให้หนักขึ้นอีกเพื่อที่จะแสดงให้โลกรู้ว่าเพลงเอเซียนั้นเยี่ยมยอดแค่ไหน นอกจากเรื่องของเสียงเพลงแล้วเรายังอยากที่จะแสดงออกถึงเสน่ห์ของเราออกมาให้แฟนๆได้ชมอีกด้วย ในปีนี้เราจะมีทัวร์คอนเสริต์และไปปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์อีก เราหวังมากๆว่าแฟนๆชาวญี่ปุ่นจะสามารถรู้สึกถึงความลุ่มหลงและความกระตือรือร้นของเราด้วยนะครับ

Eng Translation by MIMI (@marthapido) / ameblo.jp/heavenlady
Thai Translation by mew mini museum

===============================
สามารถอ่านตอนที่ 1 ได้ตามนี้ค๊า
http://mew-mini-museum.blogspot.com/2012/04/bb-oricon-style-japan-042012-part1.html

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ BB จากนิตยสาร Oricon style Japan 042012 (Part1)


บิกแบง เปิดใจในเรื่องความตั้งมั่นในใจและความคิดของพวกเค้าที่มีต่ออัลบั้มใหม่


Q: ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับเรา คุณได้ไปเป็นแขกรับเชิญในช่วง Telephone shocking ให้กับรายการ Waratte Iitomo ทางช่องFujiTV ด้วยมีประหม่าบ้างไม๊ครับเนี่ย ?? 
V.I: เราเคยไปออกรายการ Waratte Iitomo! มาก่อนแล้วครับ ดังนั้นเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากฮะ

Q: น่าเสียดายที่ไม่ได้ สายห้อยมือถือไปนะครับ
V.I: ครับ เป็นเพราะเราเป็นพวกบ้า gyudonฮะ (คนบ้าข้าวหน้าเนื้อ) เราเลยคาดหวังว่าผู้ชมจะชอบ gyudon ด้วย เลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยครับ 

Q: แหล่งให้พลังงานของทุกคนคือ Gyudon (ข้าวหน้าเนื้อ) เหรอครับเนี่ย??
D-LITE: ผมคิดว่าถ้าไม่มี gyudon ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยละครับ
SOL: ถ้าไม่มี  gyudon เวลามางานที่ญี่ปุ่นคง.......
D-LITE: คงไร้ความหมายฮะ เรามาที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาทาน gyudon เลย
SOL: ล้อเล่นนะฮะ (หัวเราะ)

Q: ผมว่าเราพักเรื่องข้าวหน้าเนื้อไว้ก่อนดีกว่า (หัวเราะ)ครั้งนี้บิกแบงกลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่หลังจากหายไปเป็นปีเลย ช่วยพูดอะไรกับแฟนๆที่กำลังรอคอยอยู่หน่อยครับ
G-DRAGON: เมื่อปีก่อนมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น หลังจากเรื่องทุกอย่าง ในที่สุดเราก็ทำอัลบั้มเราจนเสร็จสมบูรณ์จนได้ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งความกดดันความเครียดอย่างมาก แต่สมาชิกแต่ละคนต่างก็อุทิศเวลาเพื่อเตรียมพร้อมในครั้งนี้ ดังนั้นเมื่อมันเสร็จสมบูรณ์ออกมาแล้วผมมีความรู้สึกตื้นตันลึกๆที่ในที่สุดมันก็เสร็จสมบูรณ์ สำหรับแฟนๆที่รอคอยพวกเรา จากนี้ไปเราจะตั้งใจแสดงโชว์บนเวทีและเราอยากจะแสดงให้พวกคุณทุกคนเห็นถึงภาพลักษณ์เท่ๆของเราครับ

D-LITE: อย่างที่ จีดราก้อนพูดครับ เราผ่านอะไรมามากเลยเมื่อปีที่แล้ว สมาชิกทุกคนร่วมกันฝ่าฟันมาได้และเรากลับมาเป็นหนึ่งและทำอัลบั้มให้เสร็จสมบูรณ์ ทีมงานในครอบครับวายจีก็พูดนะครับว่า อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา เราทำงานในอัลบั้มนี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมในขณะที่ก็สนุกไปด้วยดังนั้นเราจึงหวังว่าแฟนๆก็จะมีความสุขไปกับมันด้วย

SOL: การออกอัลบั้มหลังจากที่ได้ผ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น มันมีความหมายมากจริงๆสำหรับผมและมีความหมายมากจริงๆต่อบิกแบงด้วย ผมคิดว่าอัลบั้มนี้เป็นจุดเปลี่ยนของพวกเรานะครับ จากนี้ไป ความเป็นตัวเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น สำหรับแฟนๆที่ญี่ปุ่น ขอบคุณนะครับที่รอคอยพวกเรา เรารู้สึกดีใจมากเลยครับ

V.I: อัลบั้มใหม่หลังจากที่หายไป 1 ปี ดังนั้นมีความคาดหวังมากมายเลยนะครับ ผมคิดว่าเราพัฒนาและโตขึ้นครับ สำหรับอัลบั้มนี้ผมคิดว่าสมาชิกแต่ละคนรู้สึกมั่นใจมากๆกับมัน ดังนั้นผมคิดว่านี่แหละเป็นของขวัญที่วิเศษสุดให้กับแฟนๆทุกคนเลยครับ ในอนาคต เราหวังว่าจะได้มาที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยขึ้นเพื่อทำการโปรโมทครับ

T.O.P: เหมือนกับที่ทุกคนพูดมาครับ ผมคิดว่าอัลบั้ม Alive แสดงออกถึง Bigbang ในแง่มุมใหม่ นอกจากนี้ ตามปกติเรามักจะบันทึกเพลงในภาษาญี่ปุ่น 1-2 เพลงในแต่ละอัลบั้มแต่ครั้งนี้เราท้าทายตัวเองด้วยการทำให้มากขึ้น และเราตั้งใจพยายามกันอย่างมากในเรื่องเนื้อร้องที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ผมหวังว่าทุกคนจะสนุกเวลาได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้ครับ

SOL:ครั้งนี้ได้ Verbal จาก M-flo มาทำเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่นของเพลง FANTASTIC BABY ด้วยครับผมคิดว่ามันคงสร้างความกลมกลืนกับจังหวะเพลงได้ลงตัวดีมากเลยทีเดียวครับ

========================

Q: ชื่ออัลบั้ม Alive นั้นมีความหมายมากมายเลย แต่ในครั้งนี้ เรื่องราวภาพรวมและคอนเซ็บอะไรที่บิกแบงต้องการจะสื่อออกมาครับ??
D-LITE: ความหมายของคำว่า Alive คือ การมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ สิ่งที่แช่แข็งพวกเราไว้มันค่อยๆละลายไปอย่างช้าๆ ดัวยภาพรวมนั้นเราหวังว่าเราจะสามารถสื่อความหลงใหลที่เรามีต่อดนตรีและต่อการแสดงบนเวทีออกมาได้เต็มที่ครับ

SOL: เพลงแรกในอัลบั้มคือ Intro เป็นเพลงสั้นๆที่เป็นตัวแทนสื่อให้เห็นถึงสถานการณ์ของบิกแบงได้ดีเลยครับ ในเนื้อเพลง จะมีท่อนที่ดูเหมือนว่าใครคนนึงกำลังล้มลงแต่จริงๆแล้วมันแสดงออกให้เห็นถึงอิสรภาพและบรรยายถึงความหมายของคำว่า"still alive=ALIVE". (ยังคงมีชีวิตอยู่) ครับ

Eng Translation by MIMI (@marthapido) / ameblo.jp/heavenlady
Thai Translation by mew mini museum

สัมภาษณ์ BB จากนิตยสาร Women's weekly Japan 03/2012

 

 สัมภาษณ์ฺ BBจากนิตยสาร Women's weekly japan

Q: Fantastic lady ที่คุณอยากจะเจอมีลักษณะเป็นยังไง??
GD: ผู้หญิงที่เงียบๆคนที่สามารถให้แรงบันดาลใจกับผมในการทำงานเพลงออกมาได้ ผญที่มีโลกของตัวเอง คนที่นั่งข้างๆผม วาดรูปไปในขณะที่ผมทำงานครับ

TOP: ผมไม่มีความปรารถนาต้องการที่จะเจอผู้หญิงแบบนั้นในตอนนี้หรอกครับ เพราะผมทำงานยุ่งมาก แต่ผู้หญิงที่มีความกระตือรือร้น คนที่ทำให้ผมสดใสร่าเริง และคนที่ทำให้ผมปั่นป่วนเพียงแค่มองเธอเท่านั้น ถ้าได้เจอผญแบบนั้นคงจะดีนะครับ

SR: ใครบางคนที่จะคอยดุด่าผมทุกวันครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน หากมีคนคอยดุด่าว่ากล่าวผมทุกวัน ผมจะได้คอยระวังซึ่งผมคิดว่ามันดีนะฮะ ตอนนี้มีพี่ๆหลายคนเลยที่คอยดุด่าผมแต่มันก็จะดีกว่านะฮะถ้ามีผู้หญิงมาทำ หน้าที่นี้

DS:ผมคิดว่าคงหาเจอยากนะครับ แต่ถ้าได้ผมอยากจะเจอคนที่ทำให้ทุกวันมีเรื่องประหลาดใจ นอกจากนี้คงจะดีถ้าผญคนนั้นมีรอยยิ้มแสนสวยที่จะทำให้ผมยิ่งมีความสุขยิ่ง ขึ้นอีกครับ

==============================

Q:อากาศตอนนี้เริ่มจะเปลี่ยนจากฤดูหนาว เข้าไปสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ถ้าจะไปออดเดทคุณอยากไปที่ไหน???

SR: ที่ญี่ปุ่น ผมอยากจะไปดูดอกซากุระในขณะที่จับมือกับแฟนไปด้วยฮะ

TOP:ก่อนอื่นผมต้องหาผญมาออกเดทให้ได้ก่อนนะครับ ผมอยากจะขึ้นสวรรค์กับเธอครับ

GD: เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้น ผมอยากจะออกไปข้างนอกเดินจับมือกันครับ ระยะหลังผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาออกไปข้างนอกเลย ได้ยินจากยองเบว่าที่โอกินาว่าดีมากๆ ผมอยากจะลองไปดูฮะ

DS:ทำกล่องข้าวแล้วก็ไปเล่นสกีฮะ ( ล้อเล่นๆฮะ) (หัวเราะๆ) ผมอยากจะไปเดินเล่นกับเธอในสวนแล้วก็ทานกล่องข้าวไปด้วย จากนั้นก็คงจะเต้นเพลงในอัลบั้ม Alive กับเธอในสวน(หัวเราะ)

=============================

Q:ถ้าให้ใช้สีอธิบายความรู้สึกของคุณตอนนี้ จะเป็นสีอะไร??
TOP: สีขาวครับ ผมตอนนี้ในสมองผมโล่งมากไม่มีอะไรอยู่เลย (หัวเราะ)
YB: ไม่มีสีฮะ เพราะในขณะที่ทำงานในอัลบั้มครั้งนี้ ผมรู้สึกเหมือนกับเรากลับไปยังเริ่มแรกเลยทีเดียว

DS:สีทองครับ เมื่อเวลาผ่านไปสีทองก็ยังเป็นสีที่ยังทรงคุณค่า ความรู้สึกของผมตอนนี้รวมทั้งสีผมด้วย เป็นสีทองครับ (หัวเราะ)

Eng translation by : mimi mathapido + GDraas
Thai Translation by mew mini museum 

======================

P.S
รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครแปลแบบเ็ต็มๆมาให้เลยอะค่ะ มีเท่าที่เห็น ของยองเบน้อยกว่าใครเพื่อนเลย

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

Fan account Pre-record SBS Inkigayo 26032012

อาทิตย์นี้รายการอินกีที่ฉายเมื่อวานเป็นการบันทึกเทปไว้ก่อนพร้อมรายการ Yg-onairแต่เมื่อวานน้องๆก็ยังไปที่สตูดิโอของ SBS อยู่ดีเพื่อทำการบันทึกเทปาสำหรับอาทิตย์หน้าคือ ออนแอร์ในวันที่ 1 เมษายนนะค่ะ  

ไม่รู้มิวคิดไปเองรึเปล่า?แต่พักหลังมีแฟนแอคเค้าส์ออกมาเยอะมาก อาจจะเป็นเพราะมีวีไอพีอินเตอร์ได้เข้าไปดูรายการต่างๆมากขึ้นและออกมาเล่ามากขึ้นรึเปล่า?? อาจจะเป็นเพราะเดี๋ยวนี้มีทวิตเตอร์มี tumblr ให้แชร์อะไรๆมากขึ้น เราเลยได้อ่านอะไรน่ารักๆมากขึ้นนะค่ะ >_<

ตามเคย แฟนแอคเค้าส์ก็มักจะเป็นการเล่าด้วยโหมด แฟนเกริล์เต็มเหนื่ยว ขอตัดทอนบางส่วนที่ไม่สำคัญออกเช่นเรื่อง ลักษณะเวทีและการแต่งตัวที่ไม่เกี่ยวกับการเล่นมุขออกนะค่ะเพราะยังไงๆเดี๋ยวก็ได้ชมเพอเต็มๆกันแล้ว ในอาทิตย์หน้าเนอะ   

===================

Fan account Pre-record SBS Inkigayo 26032012

การบันทึกเทปรายการคราวนี้เป็นการบันทึกรายการเพื่อออกอากาศในอาทิตย์หน้าพวกเราไปยืนต่อแถวกันตอน บ่าย 4 โมงและต้องคอยให้รายการในวันนี้จบไปก่อน ซึ่งในตอนที่บิกแบงขึ้นไปรับรางวัล Mutizenในอาทิตย์นี้พวกเราที่กำลังต่อแถวกันอยู่ต่างก็ดีใจและคอยเชียร์แบบน่ารักๆอยู่ข้างนอก ซึ่งมันไม่ค่อยมีอะไรพิเศษมากเป็นเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าพวกเค้าชนะ อีกอย่างก็เพราะพวกเรา VIP ชอบทำตัวเก๋ๆแบบนี้อยู่แล้วนี่ 555+ 

ฉันได้รับเบอร์ 10 จาก 350 เบอร์ของวีไอพีที่จะได้เข้าไปร่วมบันทึกเทปในคราวนี้ ทำให้ฉันแอบคิดว่าฉันน่าจะได้อยู่แถวหน้าๆ และก็จริงอย่างที่คิดไว้  ยังไงก็ตามกว่าเราจะได้เข้าไปก็เป็นเวลา 6 โมงเย็นแล้วเพราะก่อนหน้านี้ทางทีมงานแจ้งว่าจะมีการซ้อมแบบไม่มีผู้ชมกันก่อน 


FANTASTIC BABY

GD: ใส่ชุดขาวเหมือที่ใช้ใน MV ผ้าพันคอสีขาว TOP: สูทสีเขียว ผมสีเขียว คิ้วสีชมพู Taeyang:สวมชุดดำ และที่ประดับไหล่ที่ทำด้วยเหล็กเหมือนใน MV Daesung:สวมชุดสีม่วงเข้ม Seungri: โค้ททหารสีแดง กางเกงหนังแดง และบูท เพลงนี้ บิกแบงร้องเพลงนี้ประมาณ 5 ครั้งและอัดเพลง intro ด้วย ในตอนร้องintro แทยังเป็นคนที่ขยับตัวมากที่สุด และ ท็อปก็แทบจะไม่ขยับตัวเลยเหมือนทุกครั้ง ( เค้าแค่จ้องมองมาและหันหน้าไปด้านข้างบ้างเท่านั้น) แดซองและซึงรีมีแววตาที่มุ่งมั่นและ กลุ่มน้องเล็กของเรามักจะถ่ายเสร็จก่อน คู่ของแทยังและท็อป ส่วน จีดราก้อนที่อยู่ตรงกลางตลอดการบันทึกเทปนั้นเค้ามักจะตั้งใจและพยายามคิดว่าเค้าควรจะอยู่ตรงไหนและทำตัวยังไงในการแสดง ซึ่งดูเป็นมืออาชีพมาก

แฟนคลับของแดซองที่ยืนอยู่ใกล้ๆฉันมักจะตะโกนเรียกเค้าเสมอซึ่งแดซองมักจะได้ยินและทำตัวเขินอายตลอดเวลาที่ได้ยิน แต่ตากล้องที่อยู่หน้าเธอคงจะรำคาญอย่างหนักเพราะเธอเอาแต่ตะโกน ส่วนตัวฉันฉันตะโกนเรียกทุกคนในวง หนักไปทางจียง และตะโกนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะไม่ได้ยินเสียงฉันเพราะฉันยืนอยู่ตรงกลางเลย จีดราก้อนมักจะทำตัวเท่ๆให้สมเป็นลีดเดอร์ เค้ามักจะตั้งใจกับการทำงานมากกว่าจะมาแฟนเซอร์วิชเหมือนคนอื่นๆ แต่เค้ามีปฏิกริยาตอบกลับกับแฟนๆมากขึ้นในเพลง Badboy ทุกครั้งที่เค้ายิ้มและมองมา เป็นสิ่งที่ล้ำค่าจริงๆ 

แทยังขอบคุณและบอกรักวีไอพีโดยพูดซ้ำๆว่า “VIP 최고!” (VIPยอดเยี่ยมที่สุด) เค้ามักจะชอบพูดคุยกับวีไอพีและมักจะทำท่าผิดหวังทุกครั้งที่ไมด์ไม่ยอมดังโดยเฉพาะในช่วงแรกก่อนที่เค้าจะต้องร้องท่อนของตัวเองในเพลง Intro เค้าคุยกับพวกเราเยอะมากและโบกมือตลอด

เซเว่นแวะมาในสตูดิโอด้วยหลังจากที่เสร็จจากงานมีตติ้งของเค้าที่จัดในตึก SBS เช่นกัน ฉันสามารถมองเห็นเ้ค้าได้จากที่ที่ฉันยืนอยู่ 

ก่อนที่จะมีการถ่ายทำ PD ได้บอกให้ซึงรีเต้น shuffle ให้แฟนๆดูหน่อย ซึ่งในวันนี้แฟนๆทุกคนเห็นตรงกันว่าชุดแดงทั้งตัวที่เค้าใส่นั้นทำให้เค้าดูเหมือน ddeokbokki ซึ่ง PD ก็คิดเหมือนกัน ซึงรีถามพวกเราว่าพวกเราทานข้าวกันรึยัง?? พอเราตอบว่า ยัง เค้าก็บอกว่าเค้าไม่มีเงินซื้อ  ddeokbokki เลี้ยงหรอกนะ แต่จะให้จีดราก้อนเป็นเจ้ามือแทน 555+

ตอนที่แดซองจะเดินไปที่จุดยืนของเค้าบนบันได เค้าสะดุดตอนเดินข้ามเวที น่ารักมากๆ 

ซึงรีมักจะตอบรับ สิ่งที่ PD สั่งให้ทำด้วยคำว่า   “YES, SIR!” 

ท็อปบอกให้ทุกคนเรียกแดซองว่า “Abai Kang” ซึ่งทุกคนก็เรียกตามและยองเบก็เข้ามาผสมโรงด้วย ในตอนที่แฟนๆช่วยยองเบตะโกน ซึงรีและท็อปก็ทำ beatbox เป็นจังหวะอีก แม้แต่ PD ก็ยังเรียกแดซองว่า Abai ทำให้แดซองเขินมากๆ

ในเทคสุดท้ายของเพลง Fantastic baby จียงดูหมดแรงและนั่งลงไปกับพื้น แดซองก็ดูเหนื่อยมากเช่นกันและ เข้าไปชนท็อปและทำท่าน่ารักๆๆ 

BAD BOY

หลังจากที่บันทึกเทปเพลง FB จบลงพวกเราก็ต้องออกมายืนหนาวกันอีก เพราะทีมงานบอกว่าต้องการเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่จะเซตเวทีสำหรับเพลง BadBoy  เวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่งแล้วเราก็กลับเข้ามาในสตูดิโออีกครั้ง 

โชดีมากที่ ซึงรีและจียงเดินมาฝั่งฉันบ่อยมาก โดยเฉพาะน้องเล็กที่จุดเริ่มท่อนของเค้าคือ ตรงหน้าฉันเลย ซึ่งมันใกล้มากจนฉันจำไม่ค่อยได้ว่าเค้าใส่เสื้ออะไรมาเพราะเอาแต่แต่จ้องกางเกงเพราะเห็นแต่กางเกงของเค้านั่นเอง ซึ่งกรณีนี้ยังรวมไปถึงสมาชิกในวงทุกคนด้วย ใช่แล้วค่ะทุกคน ฉันอยู่ใกล้ระยะการมองเห็นแต่เป้าและก้นของพวกเค้า (ฉันได้ทำการสังเกตค้นคว้ามาแล้วและขอสงวนเรื่องราวนั้นเอาไว้เล่าให้เพื่อนสนิทฟังแล้วกัน เอาเป็นว่า จีดราก้อน ซึงรี และแดซอง ทำฉันฝันดีแน่นอน >////< 555+ )

จุดที่ฉันยืน ใกล้มากๆจริงๆจน รองเท้าของซึงรีมักจะมาโดนมือฉันและฉันต้องพยายามห้ามใจไม่ไปจับตัวเค้าเพราะถ้าทำแบบนั้นฉันคงโดนเชิญออกจากสตูดิโอและคงถูกบันทึกเอาไว้ถึงพฤติกรรมอันนี้ ฉันทำได้แค่บอกเค้าว่าฉันเป็นวีไอพีชาวอเมริกัน เค้ามักจะยั่วเราโดยการ เอานิ้วชี้มาไว้ที่ปากเป็นท่าห้ามไม่ให้เราเสียงดังและเค้ายังพูดด้วยว่า การแสดงนี้ไม่ใช่กูดบายสเตจของรายการอินกีกาโย่ 

ในตอนเริ่มจะมีการถ่ายเจาะไปที่หน้าของซึงรีด้วยซึ่งเค้าเตรียมตัวกับการถ่ายครั้งนี้ โดยจะมองลงไปข้างล่างก่อนช้อนตาขึ้นมามองกล้องแบบซีเรียส ซึ่งฉันแอบหัวเราะเล็กน้อยเพราะเค้าทำหน้าจริงจังมากๆ  

มีบางอย่างเปื้อนเสื้อของแทยังอยู่ซึ่งวีไอพีตะโกนบอกเค้าหลายครั้งและใช้เวลานานกว่าเค้าจะรู้จุดที่เปื้อน 

ท็อปเต้นเรื่อยเปื่อยอยู่ที่กลางเวทีทำเอาวีไอพีกรี๊ดกันเสียงดังมาก จนจียงต้องปิดหูไว้

จียงมักจะพูดตอบแฟนๆที่อยู่ข้างหลังไม่ก็ข้างหน้าซึ่งปฏิกริยาของเค้านั้นน่ารักมาก ฉันคิดว่าเค้าจะแฟนเซอร์วิชให้กับแฟนๆเวลาที่เค้าอยู่ใกล้วีไอพี และมักจะพูดว่า "ขอบคุณครับ คุณก็ด้วยนะ" เสมอๆเวลาที่มีคนชมเค้าว่า เค้าน่ารัก เค้าเท่ เค้าเซ็กซี่ และมักจะตอบคำถามและถามเมื่อเค้าไม่ได้ยินคำถาม ฉันว่าเค้าดูลึกลับนะและลึกๆแล้วฉันว่าเค้ามีอีโก้มากมายเลยละ ซึ่งมีครั้งนึงและแล้วเค้าก็มีปฏิกริยากับการที่ฉันเฝ้าตะโกนเรียกเค้า โดนเค้าหันมายิ้มและโบกมือให้ฉันด้วย

จุดที่ฉันยืนอยู่ใกล้มากจนฉันคิดว่าทุกคนที่มายืนใกล้ๆฉันคงต้องรำคาญกับเสียงตะโกนของฉันแน่ๆ ยังไงก็ตามแต่เวลาที่แดซองมายืนตรงนี้และท่าเต้นต้องมีท่าก้มหัว ฉันคิดว่าเค้าตั้งใจจะยิ้มให้กว้างที่สุดหวานที่สุดด้วย ซึ่งฉันแอบคิดว่ามีตอนนึงเค้าทำเพราะฉันเลยทีเดียวเพราะฉันเชื่อว่าเค้ามองฉันและยิ้มด้วย 

ในตอนท้าย ฉันคิดว่าไม่มีสมาชิกคนไหนจับมือแฟนๆนะยกเว้นซึงรี ซึ่งฉันได้จับมือเค้า

Credit: dianeimnida/@halohalokitty 
[http://bigbangforlife.tumblr.com/post/19943083862/fan-account-big-bang-inkigayo-pre-recording]
Thai Translation by mew mini museum


วีไอพีเจ้าของแฟนแอคอันนี้น่ารักทีเดียวค่ะ บอกเขินและเต้นตามเพลงตลอดซึ่งสาวเกาหลีมักจะยืนโบกแท่งไฟไม่ก็เอาป้ายคลับปิดหน้ากัน ใครสนใจก็ตามไปอ่านได้ตามลิงค์นะค่ะ

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ Bigbang ใน space shower TV Special



เกี่ยวกับเรื่องสีผม
TOP: “ปฎิกริยาของคนที่ได้เห็นดีมากจนน่าประหลาดใจเลยฮะ ผมไม่เคยลองทำสีผมสีนี้มาก่อนมันเลยน่าสนใจทีเดียวครับ ผมคิดถึงสีผมสีนี้ตอนที่อยู่ในช่วงเตรียมงานในอัลบั้มดังนั้นผมเลยทำสีเขียวมินซ์นี้ออกมาครับ

ทำไมอัลบั้มใหม่ถึงได้ชื่อว่า Alive?
TOP: เราตัดสินใจที่จะใช้คำว่า Alive เป็นชื่ออัลบั้มหลังจากที่ปรึกษาหารือกันหลายรอบครับ
GD: ไม่เพียงแต่คำนี้จะกลายเป็นคำที่สำคัญมากที่สุดสำหรับพวกเราในตอนนี้เท่านั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรานึกถึงว่าคำไหนจะสามารถมาบรรยายความแน่วแน่และความรับรู้ของเราได้บ้าง คำว่า Alive ก็จะผุดขึ้นมาในความคิดของเราทุกคน เราผ่านอะไรมามากและเราอยากจะให้ผู้คนรู้ว่าเรากลับมาแล้ว
 
ผลตอบรับที่ได้หลังจากที่ปล่อยอัลบั้ม Alive ในเกาหลี
GD: ผลตอบรับหลังจากที่เราปล่อยมินิอัลบั้มของเราที่เกาหลีดีมากๆครับ มีผู้คนมากมายที่คาดหวังและมอบความรักให้กับเรามากมายหลังจากที่อัลบั้มปล่อยตัวออกไป และเราก็ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ญี่ปุ่นมาพักนึงแล้วครับ

การที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการอัดเสียงเป็นอย่างไรบ้าง??
Daesung: ส่วนที่ยากที่สุดในภาษาญี่ปุ่นคือการออกเสียงครับ อย่างเพลง  “Feeling”…เราจำเป็นต้องออกเสียงให้ชัดเจนเพื่อที่เพลงจะได้มีแรงกระทบคนฟัง มันยากนะครับและยังเป็นการออกเสียงที่ละเอียดด้วย

มุมมองที่ จีดราก้อนมีต่อ ท็อป
GD: ท็อปเป็นสมาชิกในวงที่สร้างความประหลาดใจให้กับเรามากที่สุดครับ เค้าดูสมบูรณ์แบบในสายตาของคนอื่นๆทุกคน แต่ท็อปตัวจริงนั้นมีข้อบกพร่องมากมาย เค้าน่าสนใจมากและมักจะผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า เค้าทำงานหนักมากที่สุดเพียงเพื่อที่จะสามารถแสดงออกด้านที่ดีที่สุดของเค้าออกมาบนเวที และเป็นเพราะเค้ามีประสบการณ์ในการทำงานด้านการแสดงด้วย บางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่เป็นเค้าที่กำลังสวมบทบาทอยู่หรือเป็นตัวจริงของเค้า เค้าเป็นพี่ชายที่มีบุคคลิกที่น่าสนใจมากเลยครับ

Source: my dear friend @rainbowtabi
EngTranslation: jwalkervip.tumblr.com
Shared via @mystifize

Credit : jwalkervip@tumblr
Thai Translation : mew mini museum

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

SBS Bigbang Comeback Special

หลังจากที่น้องๆคัมแบคเมื่อวันที่ 29 กุมภาที่ผ่านมา เพอบนเวทีแรกในการคัมแบคครั้งนี้ก็เป็นเวทีในคอน Bigshow2012 กันเลย ส่วนเพอในรายการเพลงนั้น ก็ทำแบบไม่เหมือนชาวบ้านตามเคย คือ ได้ทำเป็นรายการพิเศษขึ้นมาทางช่อง SBS ค่ะเรียกว่าเป็นรายการ comeback special โดยนำเอาภาพในคอนเสริต์เพลงใหม่ในอัลบั้มมาให้ชมพร้อมสัมภาษณ์น้องๆขั้นไปทีละช่วงนะค่ะ 

ช่วงที่สัมภาษณ์ๆกัน มีคนช่วยแปลคร่าวๆมาให้ด้วย ก่อนที่ซับเต็มจะออก ก็อ่านกันไปพลางๆก่อนเนอะค่ะ 

ส่วนคัมแบคผ่านทางรายการเพลงทางทีวีจริงๆคือวันพรุ่งนี้ ที่รายการ อินกีกาโย่ทางช่อง SBS นะค่ะ มีการอัดรายการกันไปแล้วสองเพลง พรุ่งนี้ช่วงเช้าอีกเพลงที่รายการเลย รอเชียร์ค๊า 

====================


Q: พวกคุณคิดว่าจะสามารถกลับมาได้อีกครั้งรึเปล่า??  
-Seungri: พวกเราต่างก็กลัวที่จะคัมแบคในครั้งนี้ครับ
-Daesung:ผมคิดเหมือนกันว่ามันค่อนข้างเร็วไปหน่อยที่ผมจะคัมแบคในครั้งนี้ครับ ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาซัก 2-3 ปี แต่ ท่านประธานยางบอกกับผมว่างานของนักร้องก็ืคือการส่งความรู้สึกของเราออกไปให้คนฟัง ดังนั้นอารมณ์ความรู้สึกที่ว่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรู้สึกมีความสุขเสมอไป ผมต้องรู้จักที่จะส่งความรู้สึกของผมไปให้คนฟังในฐานะนักร้อง ซึ่งประโยคนี้ให้กำลังใจผมอย่างมาก เราต่างก็เตรียมตัวกันให้พร้อมในการออกอากาศผ่านทีวีในครั้งนี้ครับ
-G-Dragon: ผมไม่สามารถที่จะหลบซ่อนตลอดไปได้ และผมไม่สามารถที่จะให้การกระทำของผมเองนั้นสร้างผลกระทบต่อวงในภาพรวม ผมอยากได้รับการอภัยและผมอยากที่จะคัมแบคให้เร็วที่สุดเพื่อจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
-TOP: ผมรู้สึกเครียดมากจริงๆครับ มันเป็นวันที่ผมคิดอยากที่จะหนีไปให้ไกลๆจากมันเสมอ


Q: ในแง่ของการใช้ชีวิตแล้ว Blue คืออะไรสำหรับพวกคุณ??
-Seungri: เนื้อเพลงดูจะตรงกับชีวิตของพวกเราครับ  

-G-Dragon: ตั้งแต่ผมเป็นเด็กๆแล้วผมมักจะโชคดีและไม่ค่อยได้เผชิญกับความยากลำบากเท่าไหร่ ดังนั้นปีที่ผ่านมาทำให้ผมคิดเยอะมาก Blue คือช่วงเวลาหลังจากที่ผมได้เจอกับความยากลำบาก ผมไม่ได้เศร้าเสียใจจนถึงที่สุดแต่ผมก็ไม่ได้มีความสุขเช่นกัน

Q: แล้วคุณรับมือกับมันยังไงบ้าง?? 
-Seungri: หลังจาก เพลง Tonight วงเราก็ต่่างคนต่างแยกย้าย และเราต่างก็อยากที่จะทำงานโซโล่และเริ่มที่จะละโมบกันมากขึ้น แทยังกับงานโปรโมทอัลบั้มเดี่ยว จีดราก้อนกับงานโปรดิวเซอร์ ท็อปกับงานด้านการแสดง จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วมันเปิดโอกาสให้เรามาทำงานร่วมกันอีกและมันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นครับ
-Taeyang: เมื่อนึกถึงเรื่องราวหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว การที่เราสามารถมาอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มแบบนี้ได้ ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากเลยละครับ

Q: คำสั้นๆที่จะใช้อธิบายอัลบั้มนี้ได้??
Taeyang: Alive
G-Dragon: Alive
Daesung: Alive
TOP: มันคือ บิกแบงที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น
G-Dragon: เรายังคง มีชีวิตอยู่หลังจากประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ

 
Q: ใครที่คุณรู้สึกว่าล้มเหลวกับการแปลงโฉมในครั้งนี้??
Seungri: ขอโทษเถอะฮะ แต่ผมคิดว่า พี่ท็อปครับ ผมขาวจากยูนิตพิเศษGDTOP ดูดีกว่าสีมินซ์นะฮะ มันยากที่จะมองให้ชินไปเองนะครับ

 
Q. ใครที่ดูเหมือนจะเป็น Bad boy มากที่สุด??
Seungri: Daesung
Daesung: Seungri
G-Dragon: Taeyang
Taeyang: ก่อนที่ผมจะเป็นแบดบอยได้ผมจะต้องเจอผู้หญิงให้มากกว่านี้ก่อนนะฮะ
TOP: มีใครเลือกผมบ้างรึเปล่า??


Q: เพลงไหนที่คุณชอบมากที่สุด??
Daesung: ผมคิดว่าไม่ว่าใครก็ตามจะเป็นคนเขียนเนื้อเพลงนะฮะ ผมว่ามันดีมาก


Q: คุณคิดยังไงกับเพลง Wing??
-TOP: แดซองเป็นคนที่อบอุ่นครับ
-G-Dragon: ผมต้องการที่จะเพิ่มเพลงเดี่ยวให้กับแดซอง และเค้าบอกว่าเค้าไม่สามารถที่จะทำเพลงจังหวะกลางๆในตอนนี้ได้เพราะเค้ากำลังรู้สึกเศร้าเกินไป เพราะเพลงเศร้าก็จะทำให้เราเสียใจและเพลงเร็วก็จะทำให้เรามีพลังขึ้นมา ส่วนเพลงจังหวะกลางๆจะทำให้เรามีการสื่อสารกับแฟนๆ ซึ่งเค้ามีปัญหาที่จะสื่อสารกับแฟนๆในช่วงนี้ครับ 
-Daesung: ผมวางแผนที่จะมองรั้วกั้นมองผนังมากกว่าจะมองไปที่แฟนๆเพราะผมกลัวที่จะมองพวกเค้าตรงๆครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะแสดงเพลงเดี่ยวของผมผมหวังว่าเนื้อเพลงเพลงนี้จะสามารถสื่อผ่านไปยังแฟนๆของผมได้เป็นอย่างดีครับ


(ก่อนที่จะขึ้นเวทีแสดงเพลง“Wings”)
Daesung: ใบหน้าของแฟนๆอบอุ่นมากเลยครับและมีคนร้องตามเยอะเลย ผมรู้สึกมีความสุขมากเลยครับ


(ความรู้สึกต่อ คอนเสริต์ 2012 BIGSHOW วันแรก)
G-Dragon: ผมรู้สึกดีใจมากเลยฮะที่เราได้มาเจอกันอีก มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ดังนั้นขอบคุณมากๆเลยครับที่ยังคงอยู่กับพวกเรา ช่วยรู้สึกตื่นเต้นกับงานของพวกเรามากกว่าที่จะรู้สึกผิดหวังหรือกังวลนะครับ


Q: การที่ได้มาเป็น บิกแบง มันคือ......????
-G-Dragon: เด็กที่ไม่ยอมฟังคนอื่น เราเลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเดิน เมื่อเราย้อนกลับมาดูตัวเราเองแล้วเราอยากที่จะภูมิใจกับมันครับ
-Taeyang: ผมคิดว่าเราก็คือ บิกแบง เรายังเด็กและเราก็มีเอกลักษณ์พิเศษที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ -Seungri: เรากำลังต่อสู้เพื่อที่จะได้รู้สึกถึงช่วงเวลา ณ ตอนนี้แหละฮะ และเราสนุกมีความสุขกับมันมาก  

-Daesung: เราต่างพยายามอย่างหนักในทุกๆช่วงเวลา นอกเหนือจากเรื่องดนตรีแล้วเราก็พยายามที่จะมีความสุขในตัวของเราเองและเล่นสนุกบนเวที ทำให้ดีที่สุดทุกๆครั้ง เพื่อที่ผู้คนจะได้รับรู้ถึงงานที่เราตั้งใจทำกันมาครับ
TOP:ผมไม่คิดว่ามันจะมีอะไรนะครับ เรายังไม่จบแค่นี้หรอก เราจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะสมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีก


Translated by: @kristinekwakCompiled by: V @bigbangforlife
Credit : bb4life Thai Translation by mew mini museum

Picture credit to atenais.tumblr